ภิกขุสังยุต: เรื่องสั้นของพระเถระ
ข้อปฏิบัติ

ภิกขุสังยุต: เรื่องสั้นของพระเถระ

ภิกฺขุสํยุตฺตํ

เรื่องสั้นของพระเถระหลายรูป ตั้งแต่พระโมคคัลลานะกับดุษณีภาพอันประเสริฐ พระสารีบุตรผู้ไม่โศกแม้พระศาสดาแปรปรวน ภิกษุใหม่ที่ไม่ควรถูกตำหนิ พระลกุณฏกภัททิยะผู้ตัวเล็กแต่ปัญญาใหญ่ ไปจนถึงพระนันทะ พระติสสะ และความหมายที่แท้ของการอยู่คนเดียว

๘ ข้อ

ภิกขุสังยุต นิทานวรรค สังยุตตนิกาย รวมพระสูตรสั้น ๆ สิบสองสูตรเกี่ยวกับพระเถระแต่ละรูป บางเรื่องเป็นการสนทนาระหว่างพระสาวก บางเรื่องพระพุทธเจ้าตรัสถึงภิกษุที่กำลังเดินมาแต่ไกล แล้วตรัสคาถาสรุปไว้

หน้านี้เลือกมาแปดเรื่องที่ใช้ได้กับชีวิตจริง คือ พระมหาโมคคัลลานะเล่าว่าพระพุทธเจ้าทรงเตือนไม่ให้ประมาทในดุษณีภาพอันประเสริฐ พระสารีบุตรกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่แปรปรวนแล้วจะทำให้ท่านโศก แม้แต่พระศาสดา พระสาวกอัครสาวกทั้งสองชื่นชมกันและกัน พระพุทธเจ้าตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายไม่ให้ตำหนิภิกษุใหม่ที่ไม่ช่วยทำจีวร ทรงชี้ว่าพระลกุณฏกภัททิยะที่ถูกดูแคลนเพราะรูปร่างเป็นผู้มีฤทธิ์มาก ทรงตักเตือนพระนันทะเรื่องการแต่งตัว ทรงสอนพระติสสะผู้ร้องไห้เพราะถูกเพื่อนภิกษุว่า และทรงอธิบายการอยู่คนเดียวที่แท้แก่ภิกษุชื่อเถระ

หลายเรื่องเป็นเรื่องในชีวิตนักบวช เช่น การถือธุดงค์ แต่หลักที่อยู่เบื้องหลังใช้กับคฤหัสถ์ได้

  1. ๑

    แม้ผู้เก่งก็ยังต้องเตือนตน อริโย ตุณฺหีภาโว

    ในโกลิตสูตร พระมหาโมคคัลลานะสงสัยว่าดุษณีภาพอันประเสริฐคืออะไร แล้วพบว่าคือทุติยฌานที่ระงับวิตกวิจารแล้ว เมื่อท่านอยู่ในธรรมนั้น ความคิดก็ยังฟุ้งขึ้น พระพุทธเจ้าเสด็จมาเตือนว่า อย่าประมาทในดุษณีภาพอันประเสริฐ จงตั้งจิตไว้ในนั้น ภายหลังท่านจึงเข้าถึงได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อฝึกอะไรแล้วใจยังฟุ้ง ไม่ต้องโทษตัวเอง แม้พระอัครสาวกก็เคยเป็น ให้กลับมาตั้งใจใหม่ด้วยความสม่ำเสมอ

  2. ๒

    ไม่โศกเพราะถอนความยึดว่าเป็นของเราได้แล้ว อหงฺการมมงฺการมานานุสยา สุสมูหตา

    ในอุปติสสสูตร พระสารีบุตรกล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่แปรปรวนไปแล้วจะทำให้ท่านโศก พระอานนท์ถามว่าแม้พระศาสดาแปรปรวนไปหรือ ท่านตอบว่าแม้พระศาสดาก็ไม่โศก แต่จะคิดว่า ผู้มีอานุภาพมากได้อันตรธานไปแล้ว ถ้าทรงอยู่นานก็จะเป็นประโยชน์แก่คนมาก เหตุที่ไม่โศกคือท่านถอนความยึดว่าเป็นเรา เป็นของเรา และมานะได้นานแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การไม่โศกไม่ได้แปลว่าไม่แคร์ พระสารีบุตรยังเห็นคุณค่าของพระพุทธเจ้าเต็มที่ เราเสียใจได้ แต่ให้สังเกตว่าส่วนไหนเป็นความเสียดายต่อส่วนรวม และส่วนไหนมาจากความรู้สึกว่า "ของฉัน"

  3. ๓

    ต่างคนต่างชื่นชมอีกฝ่าย ยาวเทว อุปนิกฺเขปนมตฺตาย

    ในฆฏสูตร พระมหาโมคคัลลานะเล่าถึงความเพียรที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า แม้จะเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก ก็จะไม่หยุดจนกว่าจะบรรลุ พระสารีบุตรกล่าวว่าตนเทียบกับพระมหาโมคคัลลานะได้เหมือนก้อนหินเล็ก ๆ กับภูเขาหิมาลัย พระมหาโมคคัลลานะก็กล่าวว่าตนเทียบกับพระสารีบุตรได้เหมือนก้อนเกลือเล็ก ๆ กับหม้อเกลือใหญ่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในทีมที่มีคนเก่งหลายคน ลองชมจุดแข็งของเพื่อนร่วมงานอย่างจริงใจ แทนการแข่งกันว่าใครเก่งกว่า

  4. ๔

    อย่าตำหนิคนที่เงียบ มา โข ตุเมฺห ภิกฺขเว เอตสฺส ภิกฺขุโน อุชฺฌายิตฺถ

    ในนวสูตร ภิกษุหลายรูปทูลว่า ภิกษุใหม่รูปหนึ่งกลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าวิหารนิ่งอยู่ ไม่ช่วยทำจีวร พระพุทธเจ้าทรงรู้ใจของภิกษุนั้น แล้วตรัสว่า อย่าตำหนิภิกษุนี้เลย เธอได้ฌานสี่โดยง่ายและได้บรรลุที่สุดแห่งพรหมจรรย์แล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เราไม่รู้ใจคนอื่นเหมือนพระพุทธเจ้า ก่อนตำหนิคนที่ดูไม่ช่วยงาน ให้ถามเขาตรง ๆ ก่อน และถ้าเราเป็นฝ่ายเงียบ ก็ควรบอกทีมว่ากำลังทำอะไรอยู่

  5. ๕

    ตัวเล็กแต่ปัญญาใหญ่ ทหโร เจปิ ปญฺญวา

    ในภัททีสูตร พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้ภิกษุดูพระลกุณฏกภัททิยะที่มีผิวพรรณไม่งาม เตี้ย และถูกภิกษุทั้งหลายดูแคลน แล้วตรัสว่า ภิกษุนี้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก และบรรลุที่สุดแห่งพรหมจรรย์แล้ว คาถาสรุปว่า สัตว์ทั้งหลายแม้ตัวใหญ่ก็กลัวราชสีห์ ในหมู่มนุษย์ แม้คนหนุ่มถ้ามีปัญญาก็เป็นใหญ่ ไม่ใช่คนพาลที่มีร่างกายใหญ่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระวังอคติต่อรูปร่าง อายุ หรือบุคลิกภายนอก ในการประชุม ให้ฟังเนื้อหาของคนที่ดูไม่โดดเด่นอย่างตั้งใจเท่ากับคนอื่น

  6. ๖

    ความงามภายนอกไม่ใช่สิ่งที่ควรแสวงหา กทาหํ นนฺทํ ปสฺเสยฺยํ

    ในนันทสูตร พระนันทะห่มจีวรที่รีดอย่างดี หยอดตา และถือบาตรเงางามมาเฝ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่สมควรแก่ผู้บวชด้วยศรัทธา แล้วตรัสคาถาว่า เมื่อไรจะได้เห็นนันทะอยู่ป่า ถือผ้าบังสุกุล และไม่อาลัยในกาม ต่อมาพระนันทะก็ปฏิบัติได้อย่างนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเวลาที่ใช้แต่งตัวหรือแต่งรูปลงโซเชียลมากกว่าเวลาที่ใช้พัฒนาตัวเองหรือเปล่า ปรับสัดส่วนทีละนิด

  7. ๗

    ว่าเขาได้ ต้องทนคำเขาได้ อกฺโกโธ ติสฺส เต วรํ

    ในติสสสูตร พระติสสะมานั่งร้องไห้ทูลว่า ภิกษุทั้งหลายรุมว่าท่านด้วยวาจาเหมือนประตัก พระพุทธเจ้าตรัสว่า เธอเองก็ว่าเขา แต่ไม่อดทนต่อถ้อยคำ ที่สมควรคือว่าเขาได้ก็ต้องทนคำเขาได้ แล้วตรัสว่า อย่าโกรธ ความไม่โกรธเป็นความประเสริฐของเธอ การประพฤติพรหมจรรย์ก็เพื่อกำจัดความโกรธ ความถือตัว และความลบหลู่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเราเป็นคนพูดตรงหรือชอบวิจารณ์คนอื่น ให้ฝึกรับคำวิจารณ์กลับด้วยใจเดียวกัน ก่อนน้อยใจ ลองถามว่าเราเคยพูดแบบนี้กับใครไหม

  8. ๘

    อยู่คนเดียวที่แท้ ยํ อตีตํ ตํ ปหีนํ

    ในเถรนามสูตร ภิกษุชื่อเถระชอบอยู่คนเดียว ไปบิณฑบาตคนเดียว นั่งคนเดียว และชมการอยู่คนเดียว พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสว่าไม่ดี แต่ตรัสว่าการอยู่คนเดียวที่บริบูรณ์กว่าคือ สิ่งที่ล่วงไปแล้วก็ละได้ สิ่งที่ยังไม่มาก็สละได้ และความพอใจรักใคร่ในอัตภาพปัจจุบันก็กำจัดได้ดีแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อยู่คนเดียวแต่ใจยังคุยกับอดีตและกังวลอนาคตทั้งวัน ก็ยังไม่ใช่ความสงบ ลองฝึกวางเรื่องเมื่อวานและพรุ่งนี้ไว้ แม้ในขณะที่อยู่ท่ามกลางคน

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรชุดนี้เหมือนภาพถ่ายชีวิตในหมู่สงฆ์ที่มีทั้งความชื่นชม การตัดสินกันผิด ๆ ความน้อยใจ และความถือตัว ไม่ต่างจากที่ทำงานหรือครอบครัวในทุกวันนี้

บทเรียนที่ใช้บ่อยที่สุดคือ อย่าตัดสินคนจากภายนอก ทั้งรูปร่างของพระลกุณฏกภัททิยะและความเงียบของภิกษุใหม่ต่างทำให้คนอื่นมองผิด อีกข้อหนึ่งคือคำสอนแก่พระติสสะ ถ้าเราพูดตำหนิคนอื่นได้ เราก็ต้องฟังคำตำหนิกลับได้เช่นกัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ผ้าที่ไม่ทรงเหยียบ ร่ม ไม้เท้า และเมล็ดข้าว: กิริยาที่คนอื่นมองเห็น

น ภควา เจฬปฏิกํ อกฺกมิสฺสติ

พระพุทธเจ้าไม่ทรงเหยียบผ้าที่โพธิราชกุมารปูถวายเพราะทรงคิดถึงคนรุ่นหลัง ภิกษุกางร่มเดินจนคนเข้าใจว่าเป็นขุนนาง…

สุเมธาเถรี: เจ้าหญิงผู้ใช้เหตุผลขอเลือกทางของตน

สุเมธาเถรีคาถา

เจ้าหญิงสุเมธาถูกหมั้นหมายกับพระราชา แต่ปรารถนาจะบวช นางอธิบายเหตุผลแก่พระชนกชนนีและพระราชาคู่หมั้นอย่างละเอีย…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้