ช้างปาริไลยกะ: อยู่ลำพังในป่าเมื่อหมู่ไม่ฟังกัน
การฝึกจิต

ช้างปาริไลยกะ: อยู่ลำพังในป่าเมื่อหมู่ไม่ฟังกัน

ยเทโก รมตี วเน

เมื่อภิกษุโกสัมพีไม่ยอมเลิกทะเลาะ พระพุทธเจ้าเสด็จออกไปประทับลำพังในป่ารักขิตวัน ช้างใหญ่ตัวหนึ่งที่เบื่อการเบียดเสียดในโขลงก็ปลีกตัวมาอุปัฏฐาก ทั้งสองพบความสุขจากความสงัด

๗ ข้อ

เรื่องนี้อยู่ในโกสัมพีขันธกะ พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๒ (เล่ม ๕) ขันธกะนี้เล่าถึงความแตกแยกของภิกษุที่เมืองโกสัมพี และวิธีที่สงฆ์กลับมาสามัคคีกัน

พระพุทธเจ้าตรัสห้ามถึงสามครั้งว่าอย่าบาดหมางกัน แต่ภิกษุฝ่ายหนึ่งทูลให้พระองค์ทรงวางธุระ พวกตนจะรับผิดชอบเรื่องบาดหมางนี้เอง รุ่งขึ้นพระองค์เสด็จบิณฑบาต แล้วตรัสคาถาท่ามกลางสงฆ์ รวมทั้งคาถาว่าถ้าไม่ได้สหายที่มีปัญญา ก็พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนช้างที่ละโขลง แล้วเสด็จออกจากโกสัมพี ระหว่างทางทรงเยี่ยมพระภคุ และพระอนุรุทธะกับสหายที่อยู่กันอย่างสามัคคี

เมื่อถึงป่ารักขิตวันใกล้บ้านปาริไลยกะ พระพุทธเจ้าประทับที่โคนต้นรังใหญ่ ทรงดำริว่าเดิมอยู่ไม่สำราญเพราะภิกษุที่ทะเลาะกัน ตอนนี้อยู่ผู้เดียวเป็นสุข ช้างใหญ่ตัวหนึ่งก็เบื่อการเบียดเสียดในโขลง จึงปลีกตัวมาตักน้ำและปัดกวาดที่ถวายพระองค์ ส่วนเรื่องลิงถวายรวงผึ้ง ซึ่งคนไทยคุ้นเคยจากพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ไม่มีในพระวินัยตอนนี้ แต่มาจากอรรถกถา

  1. ๑

    ห้ามแล้วแต่ไม่ฟัง อลํ ภิกฺขเว มา ภณฺฑนํ

    พระพุทธเจ้าตรัสห้ามภิกษุโกสัมพีว่า อย่าเลย อย่าบาดหมาง อย่าทะเลาะ อย่าวิวาทกัน ถึงสามครั้ง แต่ภิกษุฝ่ายหนึ่งทูลให้พระองค์อยู่เป็นสุขไปเถิด พวกตนจะรับผิดชอบเรื่องบาดหมางนี้เอง ทรงดำริว่าคนเหล่านี้ดื้อนัก ทำให้เข้าใจได้ยาก แล้วเสด็จลุกไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพูดดี ๆ หลายครั้งแล้วอีกฝ่ายยังไม่ฟัง ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำจนเกิดเรื่องใหญ่ การถอยออกมาก็เป็นการกระทำอย่างหนึ่ง

  2. ๒

    ไม่ได้เพื่อนดี อยู่ลำพังดีกว่า เอกสฺส จริตํ เสยฺโย

    ก่อนเสด็จออกจากโกสัมพี พระพุทธเจ้าตรัสคาถาว่า ถ้าได้สหายมีปัญญาเที่ยวไปด้วยกัน พึงพอใจเที่ยวไปกับเขา ถ้าไม่ได้ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนพระราชาที่ละแว่นแคว้น เหมือนช้างที่ละโขลง การเที่ยวไปผู้เดียวดีกว่า เพราะไม่มีความเป็นสหายในคนพาล

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ากลุ่มเพื่อนพาไปในทางที่ทำให้แย่ลง การใช้เวลากับตัวเองมากขึ้นไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการเลือกอย่างมีสติ

  3. ๓

    แวะเยี่ยมผู้ที่อยู่กันด้วยดี ขีโรทกีภูตา

    ระหว่างทาง พระพุทธเจ้าเสด็จเยี่ยมพระภคุ แล้วเสด็จไปหาพระอนุรุทธะ พระนันทิยะ และพระกิมพิละ ซึ่งอยู่กันกลมเกลียวเหมือนน้ำนมกับน้ำ ใครกลับจากบิณฑบาตก่อนก็จัดที่ ใครกลับทีหลังก็เก็บกวาด งานที่ยกคนเดียวไม่ไหวก็กวักมือเรียกเพื่อนมาช่วยโดยไม่ต้องพูดกันเพราะเรื่องนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้จะถอยจากกลุ่มที่ทะเลาะกัน ก็ยังไปหาคนที่อยู่ร่วมกันด้วยดีได้ คนเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่าความสามัคคีเป็นไปได้

  4. ๔

    อยู่ผู้เดียวเป็นสุข เอโก อทุติโย สุขํ ผาสุํ วิหรามิ

    เมื่อประทับที่โคนต้นรังใหญ่ในป่ารักขิตวัน พระพุทธเจ้าทรงดำริว่า เดิมเราอยู่ไม่สำราญเพราะภิกษุโกสัมพีที่ก่อความบาดหมางและก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ บัดนี้เราอยู่ผู้เดียวไม่มีเพื่อน เป็นสุขสำราญดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    หลังผ่านช่วงที่วุ่นวายกับผู้คน ให้เวลาตัวเองได้อยู่เงียบ ๆ แล้วสังเกตว่าใจเบาขึ้นแค่ไหน

  5. ๕

    ชีวิตเบียดเสียดของช้างใหญ่ อาวิลานิ จ ปานียานิ

    ช้างใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ปะปนกับช้างพลาย ช้างพัง และลูกช้าง ได้กินแต่หญ้าที่ถูกเล็มยอดไปแล้ว กิ่งไม้ที่ตนหักลงมาก็ถูกตัวอื่นกินหมด ได้ดื่มแต่น้ำขุ่น เวลาลงและขึ้นจากท่าน้ำ ช้างพังก็เบียดเสียดตัวไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ลองดูว่าชีวิตเรามีช่วงไหนที่ได้แต่ของที่คนอื่นเหลือไว้ ทั้งเวลา ความสนใจ และพลังงาน แล้วหาทางกันเวลาที่เป็นของตัวเองจริง ๆ

  6. ๖

    ช้างปลีกตัวจากโขลง ยูถา อปกฺกมฺม

    ช้างคิดว่าควรหลีกออกจากโขลงไปอยู่ผู้เดียว แล้วเดินมาถึงป่ารักขิตวัน เข้าไปหาพระพุทธเจ้า ใช้งวงตักน้ำฉันน้ำใช้ตั้งถวาย และปัดกวาดที่ให้ปราศจากของเขียวสด ช้างก็รู้สึกว่าบัดนี้อยู่ผู้เดียวเป็นสุขสำราญดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การปลีกตัวไม่จำเป็นต้องว่างเปล่า ช้างใช้เวลานั้นดูแลสิ่งที่มีคุณค่า เราก็ใช้เวลาเงียบทำสิ่งที่มีความหมาย เช่น ภาวนาหรืออ่านหนังสือดี ๆ ได้

  7. ๗

    ใจช้างกับใจพระพุทธเจ้าตรงกัน ยเทโก รมตี วเน

    พระพุทธเจ้าทรงทราบความสงัดของพระองค์และความคิดของช้าง จึงทรงเปล่งอุทานว่า จิตของช้างผู้มีงางามดุจงอนรถนี้ ตรงกับจิตของผู้ประเสริฐ เพราะต่างก็ยินดีอยู่ในป่าผู้เดียว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความสุขจากความสงบเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตรู้จักได้ ไม่ต้องรอให้ถึงวัดหรือคอร์สภาวนา มุมเงียบในบ้านก็เริ่มได้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้หนีปัญหาทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง พระพุทธเจ้าทรงพยายามห้ามปรามถึงสามครั้งก่อน เมื่ออีกฝ่ายไม่ฟังจริง ๆ การถอยออกมาให้ใจสงบจึงเป็นทางที่ฉลาดกว่าการเถียงต่อ

ในชีวิตปัจจุบัน หลายคนอยู่ท่ามกลางกลุ่มแชต การประชุม และข่าวสารตลอดวัน เหมือนช้างที่ต้องกินหญ้ายอดด้วนและดื่มน้ำขุ่น การปลีกตัวไปอยู่เงียบ ๆ บ้าง เช่น เดินในสวน ปิดโทรศัพท์สักชั่วโมง ช่วยให้ใจได้พัก

การอยู่ลำพังในที่นี้ไม่ใช่การตัดขาดจากคนทั้งหมด พระพุทธเจ้ายังแวะเยี่ยมภิกษุที่อยู่กันด้วยดี และต่อมาก็เสด็จกลับสาวัตถี ถ้าความโดดเดี่ยวเริ่มกลายเป็นความเศร้าที่ยาวนาน ควรคุยกับคนที่ไว้ใจได้

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้