เถรวรรค: ผู้อาวุโสที่เป็นที่รักและน่าเคารพ
เถโร ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จผู้อาวุโสเป็นที่รักและน่าเคารพไม่ใช่เพราะฟันหัก ผมหงอก หนังย่น แต่เพราะไม่ถูกกิเลสพาไป ไม่ลบหลู่ ไม่หลอกหาผลปร…
สุมนสุตฺตํ
สาวกสองคนมีศรัทธา ศีล และปัญญาเท่ากัน ต่างกันแค่คนหนึ่งเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมเหนือกว่าในห้าด้าน ทั้งเมื่อเป็นเทวดา เป็นมนุษย์ และเป็นบรรพชิต แต่เมื่อบรรลุอรหัตแล้ว วิมุตติของทั้งสองไม่ต่างกันเลย
ในสุมนสูตร ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย สุมนาราชกุมารีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมรถ ๕๐๐ คันและราชกุมารี ๕๐๐ คน ทูลถามว่า สาวกสองคนมีศรัทธา ศีล และปัญญาเท่ากัน คนหนึ่งเป็นผู้ให้ อีกคนไม่ให้ เมื่อตายแล้วไปสุคติทั้งคู่ ทั้งสองจะต่างกันหรือไม่
พระพุทธเจ้าตรัสว่าต่างกัน ผู้ให้ย่อมเหนือกว่าในห้าด้าน ทั้งเมื่อเป็นเทวดา เมื่อกลับมาเป็นมนุษย์ และเมื่อออกบวช แต่เมื่อทั้งสองบรรลุอรหัตแล้ว ทรงตรัสว่าไม่มีความต่างใด ๆ ระหว่างวิมุตติกับวิมุตติ
พระนางสุมนาสรุปว่า ควรให้ทาน ควรทำบุญ เพราะบุญเป็นอุปการะแก่เทวดา มนุษย์ และบรรพชิต พระพุทธเจ้าทรงรับรอง แล้วตรัสคาถาเปรียบผู้มีศีลมีศรัทธาที่ให้ ว่าไพโรจน์กว่าผู้ตระหนี่ เหมือนดวงจันทร์สว่างกว่าหมู่ดาว
สาวกสองคนมีศรัทธา ศีล และปัญญาเท่า ๆ กัน คนหนึ่งเป็นผู้ให้ คนหนึ่งไม่ให้ ทั้งคู่ตายแล้วไปสู่สุคติโลกสวรรค์ พระนางทูลถามว่าเมื่อเป็นเทวดาเหมือนกัน ทั้งสองจะต่างกันหรือไม่
เมื่อเห็นคนสองคนที่เก่งและดีพอ ๆ กัน สังเกตว่าคนที่แบ่งปันเวลาและความรู้ให้ผู้อื่นมักได้รับความไว้วางใจมากกว่า
ผู้ให้เมื่อเป็นเทวดา ย่อมเหนือกว่าเทวดาผู้ไม่ให้ด้วยห้าอย่างที่เป็นทิพย์ คือ อายุ วรรณะ ความสุข ยศ และความเป็นใหญ่
ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า สังเกตว่าคนใจกว้างรอบตัวเรามักมีความสุขและมีคนยอมรับนับถืออย่างไร
เมื่อทั้งสองจุติจากเทวโลกมาเป็นมนุษย์ ผู้ให้ก็ยังเหนือกว่าผู้ไม่ให้ด้วยห้าอย่างที่เป็นของมนุษย์ คือ อายุ วรรณะ ความสุข ยศ และความเป็นใหญ่
การให้ที่ทำอย่างสม่ำเสมอสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดี ลองเริ่มจากการช่วยเหลือเล็ก ๆ ในที่ทำงานหรือชุมชน
เมื่อทั้งสองออกบวช ผู้ที่เคยให้ย่อมได้รับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยารักษาโรคมาก และเพื่อนพรหมจรรย์ที่อยู่ร่วมกันก็ปฏิบัติต่อเธอด้วยกาย วาจา ใจที่น่าพอใจเป็นส่วนมาก
คนที่เคยให้มักได้รับความเอื้อเฟื้อกลับมาเมื่อตัวเองลำบาก แต่ให้เพราะอยากให้ ไม่ใช่เพราะหวังว่าจะได้คืน
เมื่อพระนางทูลถามว่าถ้าทั้งสองบรรลุอรหัตแล้วจะต่างกันหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราไม่กล่าวว่ามีความต่างใด ๆ ระหว่างวิมุตติกับวิมุตติ
อย่าคิดว่าการให้มากจะทำให้เราดีกว่าคนอื่นในทางธรรม จุดหมายสูงสุดเท่าเทียมกันสำหรับทุกคนที่ไปถึง
พระนางสุมนาสรุปว่า ควรให้ทาน ควรทำบุญ เพราะบุญเป็นอุปการะแก่เทวดา มนุษย์ และบรรพชิต พระพุทธเจ้าตรัสรับรองว่าเป็นอย่างนั้น
กำหนดการให้ที่ทำได้จริงหนึ่งอย่างในสัปดาห์นี้ เช่น บริจาคของที่ยังใช้ได้ หรือสอนทักษะให้ใครสักคน
ในคาถา ทรงเปรียบว่า ดวงจันทร์ที่ปราศจากมลทินเดินไปในอากาศ สว่างกว่าหมู่ดาวทั้งปวงด้วยรัศมีฉันใด ผู้มีศีล มีศรัทธา ก็ไพโรจน์กว่าผู้ตระหนี่ทั้งปวงด้วยจาคะฉันนั้น และเหมือนเมฆฝนที่มีสายฟ้า ตกรดแผ่นดินทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม สาวกผู้เป็นบัณฑิตย่อมเหนือกว่าผู้ตระหนี่ในห้าด้าน
เหมือนฝนที่ตกทั้งที่สูงและที่ต่ำ ลองให้โดยไม่เลือกเฉพาะคนที่ชอบหรือคนที่ตอบแทนเราได้
พระสูตรนี้บอกสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรก ความใจกว้างมีผลจริงต่อชีวิต แม้คนสองคนจะดีพอ ๆ กันในด้านอื่น คนที่ให้ก็มักมีคนรัก มีคนช่วย และมีชีวิตที่ราบรื่นกว่า อย่างที่สอง การให้ไม่ได้ซื้อความหลุดพ้น เมื่อถึงวิมุตติแล้วไม่มีใครเหนือกว่าใคร
การให้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องให้มาก ให้ตามกำลังโดยไม่ทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อน ผลที่พระสูตรกล่าวถึงก็ไม่ใช่สัญญาทางการเงินที่คาดหวังผลตอบแทนได้แน่นอน
ข้อที่ควรสังเกตคือ ผู้ให้ในพระสูตรมีศรัทธา ศีล และปัญญาอยู่แล้ว การให้จึงเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่สิ่งแทนการรักษาศีลหรือการพัฒนาปัญญา
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ผู้อาวุโสเป็นที่รักและน่าเคารพไม่ใช่เพราะฟันหัก ผมหงอก หนังย่น แต่เพราะไม่ถูกกิเลสพาไป ไม่ลบหลู่ ไม่หลอกหาผลปร…
ระเบียบเรื่องรองเท้าและเครื่องหนังของภิกษุ พระฉัพพัคคีย์หาช่องเลี่ยงทุกครั้งที่ทรงห้าม จากรองเท้าสีสด เขียงเท้…
ท่านพระอุบาลีทูลขอธรรมโดยย่อเพื่อไปปฏิบัติตามลำพัง พระพุทธเจ้าทรงให้เกณฑ์ข้อเดียว — สิ่งใดเป็นไปโดยส่วนเดียวเพ…
พระเจ้าปเสนทิโกศลสงสัยว่าพระพุทธเจ้ายังหนุ่มจะตรัสรู้ได้อย่างไร พระองค์ตรัสว่ามีของ ๔ อย่างที่ไม่ควรดูถูกว่ายั…