วจีเภทกถาและทุกขาหารกถา: เปล่งวาจาขณะจิตแนบแน่น และการพูดคำว่าทุกข์
วจีเภทกถาสองกถาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคำพูดกับสภาวะของใจ กถาแรกถามว่าผู้เข้าสมาบัติเปล่งวาจาได้หรือไม่ กถาที่สองถ…
ตาลปุฏตฺเถรคาถา
คาถา ๕๕ บทของพระตาลปุฏะ อดีตนายบ้านนักเต้นรำ ครึ่งแรกเป็นความใฝ่ฝันว่า "เมื่อไรหนอ" จะได้อยู่อย่างอิสระ ครึ่งหลังเป็นบทสนทนากับจิตของตน ทั้งทวงสัญญา ตำหนิ และชักชวนให้จิตกลับมาอยู่กับทาง
ในเถรคาถา ขุททกนิกาย หมวดปัญญาสนิบาต (หมวดห้าสิบคาถา) มีพระเถระรูปเดียวคือพระตาลปุฏะ ท่านกล่าวคาถาไว้ ๕๕ บท ซึ่งไม่เหมือนคาถาของพระเถระรูปอื่น เพราะเกือบทั้งหมดเป็นการพูดกับจิตของตนเอง
เรื่องที่ท่านเคยเป็นนักแสดงไม่ได้อยู่ในคาถา แต่มีในตาลปุตตสูตร คามณิสังยุต สังยุตตนิกาย ซึ่งเล่าว่าพ่อบ้านนักเต้นรำ (นฏคามณี) ชื่อตาลบุตร ทูลถามว่านักแสดงที่ทำให้คนหัวเราะด้วยคำจริงบ้างเท็จบ้างจะไปเกิดร่วมกับเทวดาผู้ร่าเริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าทรงห้ามถึงสองครั้งก่อนจะตรัสตอบว่าความเห็นนั้นเป็นความเห็นผิด เขาร้องไห้เพราะถูกครูรุ่นก่อนหลอกมานาน แล้วขอบวชและบรรลุอรหัต อรรถกถาและนักศึกษาทั่วไปถือว่าท่านคือพระเถระรูปเดียวกันกับในเถรคาถา
ครึ่งแรกของคาถาเป็นคำรำพึงซ้ำ ๆ ว่า "เมื่อไรหนอ" จะได้อยู่ผู้เดียวในภูเขา เห็นความไม่เที่ยง ไม่หวั่นไหวต่อคำด่าและคำชม ครึ่งหลังท่านหันมาพูดกับจิตว่า "ดูกรจิต" ทวงว่าจิตเองเคยอ้อนวอนให้บวช แต่บวชแล้วกลับเกียจคร้าน แล้วตั้งใจว่าจะไม่ทำตามจิตอีก จะฝึกจิตเหมือนควาญช้างฝึกช้างตกมัน
ท่านรำพึงว่า เมื่อไรหนอจะได้อยู่ผู้เดียวในภูเขาไม่มีตัณหาเป็นเพื่อน เมื่อไรจะเห็นภพทั้งปวงว่าไม่เที่ยง เมื่อไรจะถือดาบคือปัญญาตัดเถาวัลย์คือตัณหา แต่ละข้อจบด้วยคำว่า "ความตรึกเช่นนี้ของเราจักสำเร็จเมื่อไรหนอ"
เขียนภาพชีวิตที่อยากเป็นเป็นข้อ ๆ แบบ "เมื่อไรเราจะ..." การเห็นเป้าหมายชัดทำให้รู้ว่าวันนี้ควรทำอะไร
เมื่อไรหนอ เมื่อถูกว่ากล่าวด้วยคำหยาบ จะไม่เดือดร้อนใจเพราะคำนั้น และเมื่อถูกสรรเสริญ ก็จะไม่ยินดีเพราะคำนั้น
ครั้งหน้าที่ได้รับคำติหรือคำชม ให้หายใจช้า ๆ หนึ่งครั้งก่อนตอบ สังเกตว่าใจกระเพื่อมไปทางไหน
เมื่อไรหนอจะละความพอใจในกามได้ บรรลุคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วยินดีเหมือนลูกหนี้ยากจนที่ถูกเจ้าหนี้บีบคั้น หาทรัพย์มาชำระหนี้ได้หมดแล้วดีใจ
นึกถึงความโล่งใจตอนปลดหนี้หรือส่งงานค้างเสร็จ แล้วใช้ความรู้สึกนั้นเป็นแรงจูงใจให้ปลดนิสัยที่ผูกมัดใจทีละอย่าง
"ดูกรจิต ท่านได้อ้อนวอนเรามาหลายปีว่าไม่ควรอยู่ครองเรือน บัดนี้เราบวชสมประสงค์แล้ว เหตุไฉนท่านจึงเกียจคร้านอยู่เล่า" ท่านทวงว่าจิตเองเคยชวนให้อยู่ป่า เจริญฌาน และเจริญมรรค แต่บัดนี้กลับเป็นผู้มักมากขึ้น
เมื่อใจอยากเลิกสิ่งที่เคยตั้งใจ ให้เขียนเหตุผลตอนเริ่มต้นไว้อ่าน เตือนตัวเองว่าคนที่อยากเริ่มก็คือเราเอง
ท่านกล่าวกับจิตว่า เพราะอำนาจของจิต ท่านเคยเป็นพราหมณ์ เป็นกษัตริย์ เป็นแพทย์ เป็นศูทร เป็นเทวดา เป็นอสูร สัตว์นรก สัตว์ดิรัจฉาน และเปรต จิตทำให้ท่องเที่ยวในกองทุกข์มาช้านาน บัดนี้จะไม่ให้จิตทำเช่นนั้นอีกแม้ครู่เดียว
ทบทวนว่าอารมณ์ชั่ววูบเคยพาเราไปทำเรื่องที่เสียใจภายหลังกี่ครั้ง แล้วตั้งกติกาง่าย ๆ ว่าจะไม่ตัดสินใจเรื่องสำคัญตอนอารมณ์แรง
ท่านอ้างพระพุทธดำรัสว่า จิตนี้กวัดแกว่งเหมือนวานร ห้ามได้ยากนักสำหรับผู้ยังไม่ปราศจากราคะ ปุถุชนที่ไม่รู้เท่าทันจึงพัวพันอยู่ในกามที่งดงามและมีรสอร่อย
เวลานั่งทำงานแล้วใจกระโดดไปหาโทรศัพท์ ให้รู้ทันว่า "ลิงกระโดดอีกแล้ว" แล้วค่อย ๆ พากลับมาโดยไม่ต้องโกรธตัวเอง
จิตนี้แต่ก่อนเที่ยวไปตามความใคร่ ตามความสบาย วันนี้จะข่มจิตนั้นไว้โดยแยบคาย เหมือนควาญช้างข่มช้างตกมันด้วยขอ ท่านยังกล่าวว่าจะผูกจิตไว้กับกรรมฐานด้วยกำลังภาวนา เหมือนมัดช้างไว้กับเสาด้วยเชือกที่มั่นคง (คาถาเรื่องควาญช้างบทนี้ตรงกับคาถาหนึ่งในธรรมบท)
เลือก "เสา" ให้ใจสักอย่าง เช่น ลมหายใจ หรือคำบริกรรมสั้น ๆ แล้วกลับมาผูกใจไว้ที่นั่นทุกครั้งที่รู้ตัวว่าใจหลุด
บทสนทนากับจิตของพระตาลปุฏะใช้ได้กับทุกคนที่เคยตั้งใจแล้วทำไม่ได้ เช่น สมัครฟิตเนสแล้วไม่ไป ตั้งใจเก็บเงินแล้วเผลอใช้ การพูดกับใจตัวเองอย่างเปิดเผยช่วยให้เห็นว่า ใจที่อยากเริ่มกับใจที่อยากเลิกเป็นใจเดียวกันที่เปลี่ยนไปมา
ท่านไม่ได้ดุจิตอย่างเดียว ท่านยังชวนจิตด้วยภาพที่น่ายินดี เช่น หญ้าที่อ่อนนุ่มดังสำลีหลังฝนตก และนกยูงที่ร้องในป่า การฝึกใจที่ได้ผลจึงมีทั้งความหนักแน่นและความอ่อนโยน
การตำหนิใจตัวเองในคาถานี้ไม่ใช่การเกลียดตัวเอง เป้าหมายคือไม่ยอมให้ความอยากชั่วขณะพาไป ไม่ใช่ทำร้ายตัวเองด้วยคำพูด
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สองกถาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคำพูดกับสภาวะของใจ กถาแรกถามว่าผู้เข้าสมาบัติเปล่งวาจาได้หรือไม่ กถาที่สองถ…
ภิกษุณีถุลลนันทาริษยาพระภัททากาปิลานีที่คนนิยมมากกว่า จึงแกล้งส่งเสียงรบกวนต่อหน้า ให้ห้องพักแล้วโกรธจนฉุดออก …
ข้อปฏิบัติ ๓๘ ข้อที่ทำให้ชีวิตเจริญ เรียงจากเรื่องใกล้ตัวที่สุดไปจนถึงจิตที่ไม่หวั่นไหว — มงคลที่ทำเอาได้ ไม่ใ…
โฆฏมุขพราหมณ์เห็นว่าการบวชที่ชอบธรรมไม่มี พระอุเทนไม่โต้แย้งตรง ๆ แต่ตั้งกติกาการสนทนา แล้วถามให้พราหมณ์ตอบเอง…