Long Discourses: The Pāṭika Chapter

MBU ထိုင်းဗားရှင်း · Sutta Piṭaka · အုပ်စဉ် 16 · 476 စာမျက်နှာ

ပိဋကတ်အုပ်တစ်အုပ်လုံးမှ AI ဖြင့် အကျဉ်းချုပ်ထားသည် (ခေါင်းစဉ် 43 ခု) — ခေါင်းစဉ်စတင်သည့် စာမျက်နှာသို့ သွားရန် နှိပ်ပါ

  1. စာမျက်နှာ 1–15 ลักขณสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ และเริ่มอธิบายกรรมเก่า พระพุทธเจ้าประทับ ณ วัดเชตวัน ตรัสแก่ภิกษุว่าผู้มีมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการครบถ้วนจะมีคติเป็นสองทางเท่านั้น คือถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกผนวชจะได้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงแจกแจงลักษณะทั้ง ๓๒ อย่างละเอียด เช่น ฝ่าพระบาทเรียบเสมอ ลายจักรใต้ฝ่าพระบาท นิ้วยาว ผิวดุจทองคำ แล้วเริ่มเล่าย้อนถึงกรรมดีในอดีตชาติที่เป็นเหตุให้ได้แต่ละลักษณะ เช่น การรักษาศีลสัจจะทำให้เท้าเรียบเสมอ การให้ทานทำให้เกิดลายจักรที่ฝ่าเท้า การไม่ฆ่าสัตว์ทำให้อายุยืน
  2. စာမျက်နှာ 16–30 ลักขณสูตร: กรรมเก่าเบื้องหลังลักษณะกลางพระวรกาย พระพุทธเจ้าทรงเล่าต่อถึงกรรมในอดีตชาติที่ทำให้เกิดลักษณะต่างๆ เช่น การสงเคราะห์ผู้คนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ทำให้ฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนนุ่มมีลายตาข่าย การพูดคำมีประโยชน์ทำให้พระบาทดุจสังข์คว่ำ การสอนศิลปวิทยาด้วยความปรารถนาดีทำให้พระชงฆ์เรียวงาม การไม่โกรธและให้ผ้าเนื้อดีทำให้ผิวเป็นทอง การพาญาติพลัดพรากมาพบกันทำให้มีคุยหะซ่อนในฝัก และการเลือกให้ทานแก่ผู้ควรทำให้พระวรกายกลมกลืนดุจต้นนิโครธ
  3. စာမျက်နှာ 31–43 ลักขณสูตร: ลักษณะที่เหลือและการจบพระสูตร ทรงอธิบายกรรมเก่าที่ทำให้เกิดลักษณะสุดท้าย เช่น การไม่เบียดเบียนสัตว์ทำให้มีเส้นประสาทรับรสอาหารดีเยี่ยม การมองด้วยสายตาเมตตาไม่ค้อนไม่ชำเลืองทำให้ตาดำสนิทดุจตาโค การเป็นผู้นำในกุศลธรรมทำให้พระเศียรกลมดุจประดับกรอบพระพักตร์ การพูดความจริงทำให้พระโลมาขึ้นเส้นละเดียวและมีอุณาโลม การไม่พูดส่อเสียดทำให้มีฟัน ๔๐ ซี่ไม่ห่าง จบด้วยพระพุทธเจ้าตรัสจบพระสูตร ภิกษุทั้งหลายชื่นชมยินดี ปิดท้ายว่า จบลักขณสูตรที่ ๗
  4. စာမျက်နှာ 44–63 อรรถกถาลักขณสูตร: ไขความหมายมหาปุริสลักษณะแต่ละข้อ พระอรรถกถาจารย์อธิบายรายละเอียดศัพท์และเหตุผลเชิงกรรมของมหาปุริสลักษณะแต่ละข้อในลักขณสูตร ไขว่าเหตุใดกรรมดีต่างๆ เช่น การให้ทาน การไม่เบียดเบียน การพูดคำสัตย์ การไม่ยุยงให้แตกแยก จึงส่งผลให้เกิดลักษณะทางกายภาพนั้นๆ โดยเฉพาะ พร้อมขยายความหมายของคำศัพท์ยากและยกตัวอย่างประกอบ เนื้อหายังดำเนินต่อเนื่องไม่จบภายในช่วงหน้านี้
  5. စာမျက်နှာ 64–65 ปัญญา ๖ ประเภทของพระพุทธเจ้า หลังตอบคำถามว่าลักษณะทั้งหมดเกิดจากกรรมที่กล่าวแล้วเท่านั้น พระอรรถกถาจารย์อธิบายคำว่า มีปัญญามาก โดยจำแนกปัญญาเป็น ๖ ชนิด คือ มหาปัญญา ปุถุปัญญา ทาสปัญญา ชวนปัญญา ติกขปัญญา และนิพเพธิกปัญญา
  6. စာမျက်နှာ 66–76 กรรมแห่งวาจาสุจริตกับลักษณะมหาบุรุษ จบลักขณสูตร ต่อเรื่องกรรมเก่า: คนมักโกรธหน้าตาหมองคล้ำ แต่พระตถาคตไม่เคยโกรธผู้ใดจึงมีผิวกายดุจทอง คนพูดส่อเสียดทำลายมิตรฟันจะห่าง แต่พระองค์ไม่เคยพูดส่อเสียดจึงมีฟันเรียบเสมอ คนพูดคำหยาบลิ้นจะกระด้างเสียงแตก พระองค์ไม่เคยพูดหยาบจึงมีพระชิวหาใหญ่เสียงดุจพรหม จบอรรถกถาลักขณสูตรที่ ๗
  7. စာမျက်နှာ 77–93 สิงคาลกสูตร: พระพุทธเจ้าทรงสอนคิหิปฏิบัติ สิงคาลกคฤหบดีบุตรไหว้ทิศ ๖ ตามคำสั่งเสียของบิดาโดยไม่รู้ความหมาย พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาพบจึงตรัสสอนความหมายที่แท้จริงในแบบอริยสาวก คือละกรรมกิเลส ๔ ไม่ทำบาปเพราะอคติ ๔ ไม่เสพอบายมุข ๖ รู้จักแยกมิตรเทียมกับมิตรแท้ และปฏิบัติหน้าที่ต่อทิศ ๖ สิงคาลกเลื่อมใสประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
  8. စာမျက်နှာ 94–101 ที่มาสิงคาลกสูตร และอคติ ๔ โทษของสุรา อรรถกถาเล่าประวัติสวนเวฬุวันและปูมหลังสิงคาลกบุตรคฤหบดีที่บิดาสอนให้ไหว้ทิศแทนการเข้าหาสมณะ อธิบายอคติ ๔ และโทษการดื่มสุรา ๖ ประการ
  9. စာမျက်နှာ 102–106 โทษเที่ยวกลางคืน ดูมหรสพ เล่นพนัน คบคนชั่ว เกียจคร้าน อธิบายรายละเอียดโทษของอบายมุขที่เหลือ: เที่ยวกลางคืนไม่มีใครคุ้มครอง ดูมหรสพเสียเวลาทำมาหากิน เล่นพนันก่อเวรเสียทรัพย์ คบคนชั่วนำไปสู่นักเลง คนเกียจคร้านมักอ้างเหตุหนาวร้อนหิวกระหายไม่ทำงาน
  10. စာမျက်နှာ 107–111 มิตรเทียม ๔ และมิตรแท้ ๔ โดยละเอียด แบ่งทรัพย์ ๔ ส่วน อธิบายมิตรเทียม ๔ จำพวก และมิตรแท้ ๔ จำพวก สุดท้ายสอนแบ่งทรัพย์เป็น ๔ ส่วน ใช้สอย ๑ ลงทุน ๒ เก็บออมไว้ยามคับขัน ๑
  11. စာမျက်နှာ 112–120 หน้าที่ต่อทิศ ๖: บิดามารดา อาจารย์ ภรรยา มิตร คนรับใช้ อธิบายรายละเอียดหน้าที่บุตรพึงปฏิบัติต่อบิดามารดา ศิษย์ต่ออาจารย์ สามีภรรยาต่อกัน มิตรต่อมิตร นายต่อบ่าวไพร่ ท้ายหน้า ๑๒๐ เริ่มอธิบายหน้าที่ต่อสมณพราหมณ์ทิศเบื้องบนแต่ยังไม่จบ
  12. စာမျက်နှာ 121–122 อรรถกถาสิงคาลกสูตร: หน้าที่ทิศ ๖ (มารดาบิดา อาจารย์ ภรรยา มิตร บ่าวไพร่ สมณะ) อรรถกถาไขความสิงคาลกสูตรต่อจากพระสูตรหลัก อธิบายหน้าที่ที่บุตรพึงทำต่อมารดาบิดา ศิษย์ต่ออาจารย์ สามีต่อภรรยา นายต่อบ่าวไพร่ และคฤหัสถ์ต่อสมณพราหมณ์ จบด้วยสิงคาลกะรับไตรสรณคมน์และบริจาคทรัพย์ ๔๐ โกฏิบำรุงศาสนา
  13. စာမျက်နှာ 123–140 อาฏานาฏิยสูตร: ท้าวจตุมหาราชถวายมนตร์คุ้มครองภิกษุ ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เขาคิชฌกูฏ ท้าวเวสวัณกราบทูลว่ายักษ์ชั้นสูงบางพวกไม่เลื่อมใสในศีล ๕ จึงทูลขอให้ทรงเรียน "อาฏานาฏิยรักษ์" ไว้คุ้มครองภิกษุที่ปลีกวิเวกในป่า ท้าวเวสวัณกล่าวคาถานอบน้อมพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ พรรณนาทิศ ๔ ที่ท้าวมหาราชแต่ละองค์ปกครองและรายชื่อยักษ์เสนาบดี
  14. စာမျက်နှာ 141–156 อรรถกถาอาฏานาฏิยสูตร: ไขศัพท์ ตำนานท้าวเวสวัณ และวิธีสวดมนต์คุ้มครอง อรรถกถาไขคำศัพท์ในอาฏานาฏิยสูตรทีละบท เล่าตำนานท้าวเวสวัณซึ่งเดิมเป็นพราหมณ์ใจบุญชื่อกุเวร พร้อมคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับภิกษุที่ถูกอมนุษย์รบกวน
  15. စာမျက်နှာ 157–161 สังคีติสูตร: จุดเริ่มต้นแนวคิดสังคายนาพระธรรม พระพุทธเจ้าประทับที่สวนมะม่วงนายจุนทะ เมืองปาวา ทรงมอบให้พระสารีบุตรแสดงธรรมต่อจากพระองค์ ขณะนั้นนิครนถ์นาฏบุตรเพิ่งสิ้นชีวิต ทำให้สาวกแตกแยกทะเลาะวิวาทกันเรื่องคำสอน พระสารีบุตรเห็นเหตุนี้จึงเสนอต่อภิกษุสงฆ์ว่าควรร่วมกันสังคายนาพระธรรมวินัย
  16. စာမျက်နှာ 162–177 สังคีติสูตร: หมวดธรรมที่ ๑-๓ (ยังไม่จบ) พระสารีบุตรเริ่มแสดงธรรมโดยจัดหมวดตามจำนวน เริ่มจากหมวด ๑ (สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ด้วยอาหารและด้วยสังขาร) หมวด ๒ (เช่น นามรูป หิริโอตตัปปะ) และหมวด ๓ ซึ่งยาวที่สุด ครอบคลุมอกุศลมูล ๓ กุศลมูล ๓ ไตรสิกขา ตัณหา ๓ อาสวะ ๓ ภพ ๓ วิชชา ๓
  17. စာမျက်နှာ 178–186 หมวด ๓ (จบ) ถึงหมวด ๔ ว่าด้วยสติปัฏฐาน ฌาน สมาธิภาวนา และอริยวงศ์ ปิดท้ายหมวดธรรมละ ๓ ด้วยเรื่องการแสวงหา มานะ เวทนา ไฟกิเลส และเถระ ๓ แบบ จากนั้นขึ้นหมวด ๔ เริ่มด้วยสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ ฌาน ๔ ขั้น สมาธิภาวนา ๔ แบบ พรหมวิหาร ๔ อรูปฌาน ๔ และปิดท้ายด้วยอริยวงศ์ ๔ ที่สอนให้สันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการละกิเลส
  18. စာမျက်နှာ 187–199 องค์คุณพระโสดาบัน ธาตุ อาหาร และเหตุแห่งตัณหา (หมวด ๔ จบ ถึงหมวด ๕ เริ่ม) อธิบายองค์ประกอบที่ทำให้บรรลุโสดาบัน คือคบสัตบุรุษ ฟังธรรม ใคร่ครวญโดยแยบคาย ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ตามด้วยธาตุ ๔ อาหาร ๔ วิญญาณฐิติ ๔ อคติ ๔ เหตุเกิดตัณหาในภิกษุ กรรม ๔ ประเภทตามสีดำ-ขาว และปิดหมวด ๔ ก่อนขึ้นหมวด ๕ ด้วยขันธ์ ๕ และอุปาทานขันธ์ ๕
  19. စာမျက်နှာ 200–212 กามคุณ นิวรณ์ สังโยชน์ ศีลวิบัติ-สมบัติ และเจโตวิมุตติของพระอนาคามี (หมวด ๕) ว่าด้วยกามคุณ ๕ คติ ๕ มัจฉริยะ ๕ นิวรณ์ ๕ สังโยชน์เบื้องต่ำและเบื้องสูง ศีล ๕ พยสนะและสัมปทา ๕ อธิบายโทษของศีลวิบัติกับอานิสงส์ศีลสมบัติ องค์แห่งความเพียร ๕ พระอนาคามี ๕ ประเภท และวิมุตตายตนะ ๕
  20. စာမျက်နှာ 213–227 อายตนะ ๖ สาราณียธรรม วิวาทมูล และเจโตวิมุตติที่สลัดกิเลสได้จริง (หมวด ๖) อธิบายอายตนะภายใน-ภายนอก ๖ อคารวะ-สคารวะ ๖ สาราณียธรรม ๖ ที่สร้างความสามัคคีในสงฆ์ วิวาทมูล ๖ จากนั้นเป็นบทสนทนาโต้แย้งภิกษุที่อ้างว่าเจริญเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาแล้วแต่กิเลสยังครอบงำ ชี้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะภาวนาเหล่านี้เป็นเครื่องสลัดกิเลสนั้นโดยตรง ปิดท้ายด้วยอนุสสติฐาน ๖
  21. စာမျက်နှာ 228–234 อริยทรัพย์ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘ และเริ่มหมวด ๘ (ยังไม่จบ) กล่าวถึงอริยทรัพย์ ๗ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์แปดเรียกสมาธิบริขาร ๗ อสัทธรรม-สัทธรรม ๗ สัปปุริสธรรม ๗ อนุสัย สังโยชน์ และอธิกรณสมถะ ๗ จบหมวด ๗ แล้วขึ้นหมวด ๘ ด้วยมิจฉัตตะ ๘ สัมมัตตะ ๘ ทักขิเณยยบุคคล ๘ และเริ่มกุสีตวัตถุ ๘ ซึ่งข้อความถูกตัดกลางคันเมื่อจบหน้า ๒๓๔
  22. စာမျက်နှာ 235–245 สังคีติหมวด ๘: มิจฉัตตะ-สัมมัตตะ กุสีตวัตถุ ทานวัตถุ วิโมกข์ เข้าสู่หมวดธรรม ๘ เริ่มจากมรรคผิด ๘ คู่กับมรรคถูก ๘ ทักขิเณยยบุคคล ๘ ประเภท เหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ข้อเทียบกับเหตุแห่งการปรารภความเพียร ๘ ข้อ แรงจูงใจการให้ทาน ๘ แบบ โลกธรรม ๘ บริษัท ๘ ฌานครอบงำอารมณ์ และปิดท้ายด้วยวิโมกข์ ๘ ขั้น
  23. စာမျက်နှာ 246–254 สังคีติหมวด ๙: อาฆาตวัตถุ สัตตาวาส ฌานสมาบัติ หมวดธรรม ๙ ว่าด้วยเหตุผูกความอาฆาต ๙ แบบพร้อมวิธีคลายความอาฆาต ที่อยู่ของสัตว์ ๙ ระดับตั้งแต่มนุษย์จนถึงภพอรูปฌาน ๙ กรณีที่ไม่ใช่จังหวะเหมาะแก่การประพฤติพรหมจรรย์ และลำดับการเข้าฌานสมาบัติ ๙ ขั้น
  24. စာမျက်နှာ 255–263 สังคีติหมวด ๑๐ (จบสังคีติสูตร): นาถกรณธรรม กสิณ กรรมบถ หมวดสุดท้ายของสังคีติสูตร ว่าด้วยธรรมที่ทำให้ภิกษุมีที่พึ่งได้ ๑๐ ประการ กสิณ ๑๐ อกุศลกรรมบถและกุศลกรรมบถ ๑๐ อริยวาส ๑๐ และอเสขธรรม ๑๐ จบพระสูตรด้วยพระพุทธเจ้าทรงลุกขึ้นสรรเสริญพระสารีบุตรว่าแสดงสังคีติปริยายได้ดี ภิกษุทั้งหลายต่างพากันชื่นชมยินดี
  25. စာမျက်နှာ 264–273 อรรถกถาสังคีติสูตร: พระพุทธเจ้าเสด็จเมืองปาวา เหตุแห่งพระสูตร อรรถกถาเล่าเบื้องหลังพระสูตรว่า พระพุทธเจ้าทรงเห็นด้วยพระญาณว่าเจ้ามัลละเมืองปาวาสร้างศาลาใหม่ จึงเสด็จไปโปรดพร้อมภิกษุ ๕๐๐ รูป บรรยายพระรัศมีอันงดงามและความสงบนิ่งของหมู่สงฆ์ดุจเปลวประทีปในที่ไร้ลม จากนั้นทรงให้พระสารีบุตรแสดงธรรมแทน อรรถกถาเริ่มไขความหมวดธรรมหนึ่ง
  26. စာမျက်နှာ 274–287 อรรถกถาหมวดธรรม ๒: นามรูป หิริโอตตัปปะ ศีล-ทิฏฐิสมบัติ อรรถกถาไขความหมวดธรรม ๒ อย่างละเอียด อธิบายว่านามคือขันธ์ ๔ กับนิพพาน ส่วนรูปคือมหาภูตรูปและรูปอาศัย จากนั้นอธิบายคู่ธรรมตรงข้ามหลายสิบคู่ เช่น หิริ-โอตตัปปะ มิตรดี-มิตรชั่ว ขันติ-โสรัจจะ สติสัมปชัญญะ ศีลวิบัติ-ศีลสมบัติ ทิฏฐิวิบัติ-ทิฏฐิสมบัติ รวมทั้งสิ้น ๓๕ คู่
  27. စာမျက်နှာ 288–291 อรรถกถาหมวดธรรม ๓ เริ่มต้น: อกุศลมูล ทุจริต-สุจริต วิตก จบการไขความหมวดธรรม ๒ แล้วเข้าสู่หมวดธรรม ๓ อรรถกถาอธิบายอกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทุจริตและสุจริตทางกาย วาจา ใจ และเริ่มอธิบายวิตกฝ่ายอกุศล ๓ คือ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก
  28. စာမျက်နှာ 292–296 จบธรรมหมวด ๒ เริ่มหมวด ๓: อกุศลมูล ทุจริต วิตก ตัณหา สังโยชน์ อาสวะ อรรถกถาสรุปคู่ธรรมสุดท้ายในหมวดสอง แล้วเริ่มหมวดสามด้วยอกุศลมูล ๓ อธิบายทุจริต-สุจริตทางกาย วาจา ใจ วิตกและสัญญาฝ่ายกาม พยาบาท วิหิงสา ธาตุต่างๆ ตัณหา ๓ ระดับ สังโยชน์ ๓ ที่ผูกสัตว์ไว้ในวัฏฏะ และเริ่มไล่ความหมายอาสวะ ๓ อย่าง
  29. စာမျက်နှာ 297–308 เอสนา มานะ ๙ อย่าง และไฟสี่กอง: เรื่องมิตตวินทุกะกับหญิงนอกใจที่กลายเป็นเปรต อธิบายเอสนา ๓ และมานะ ๙ อย่าง จากนั้นอธิบาย "ไฟ" ที่เผาผลาญคน คือราคะ โทสะ โมหะ เล่าเรื่องภิกษุณีถูกราคะเผาจนตาย เรื่องนายมิตตวินทุกะเนรคุณแม่แล้วถูกจักรคมหมุนบดขยี้ศีรษะไม่รู้จบเพราะความโลภไม่มีที่สิ้นสุด และเรื่องหญิงนอกใจสามีตายไปเกิดเป็นเปรตถูกสุนัขกัดกินทุกคืน
  30. စာမျက်နှာ 309–327 รูปสังคหะ สังขาร บุญกิริยาวัตถุ กามของเทวดา ปัญญา อาวุธ อินทรีย์ และประตูสู่นิพพาน อธิบายการจัดหมวดรูป สังขาร ๓ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง กล่าวถึงเทวดาชั้นนิมมานรดีและปรนิมมิตวสวัตดีที่เสพกามด้วยการเนรมิตอารมณ์ ปัญญา ๓ ที่มาจากคิด ฟัง และภาวนา อาวุธของภิกษุ อินทรีย์และดวงตา ๓ ระดับ และประตูสู่นิพพานสามบาน ก่อนขึ้นหมวดสี่ว่าด้วยสัมมัปปธาน อิทธิบาท และฌาน
  31. စာမျက်နှာ 328–341 อริยวงศ์ ๔: เรื่องพระบังสุกูลิกเถระผู้ไหว้ผ้าเปื้อนคูถดุจไหว้พระพุทธเจ้าจนบรรลุอรหัตต์ เริ่มอธิบายอริยวงศ์ ๔ ประเพณีของพระอริยะ คือความสันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และความยินดีในภาวนา เล่าเรื่องพระบังสุกูลิกเถระเที่ยวหาผ้าบังสุกุลด้วยจิตบริสุทธิ์ จนพบผ้าเปื้อนอุจจาระเต็มด้วยหนอนแมลงวันในกองขยะ ท่านกราบไหว้ผ้านั้นราวกับไหว้พระพุทธเจ้า นำมาทำจีวรจนบรรลุอรหัตต์
  32. စာမျက်နှာ 342–348 อริยวงศ์ข้อ ๔: ยินดีในการเจริญและการละ พร้อมญาณสี่ชนิดและเริ่มองค์แห่งโสดาบัน เปรียบอริยวงศ์ ๓ ข้อแรกว่ายิ่งใหญ่ดุจขยายแผ่นดิน แล้วอธิบายข้อที่ ๔ คือความยินดีในการเจริญกุศลและละอกุศลควบคู่กันตลอดทุกขั้นของมรรค อธิบายสัมมัปปธานใหม่โดยโยงกับนิพพาน ญาณ ๔ ชนิด และเริ่มองค์แห่งการบรรลุโสดาบัน ๔ ซึ่งยังไม่จบในหน้าสุดท้าย
  33. စာမျက်နှာ 349–358 อริยวงศ์ข้อยินดีในภาวนา และธรรมหมวดสี่ปกิณกะ อรรถกถาต่อเรื่องมหาอริยวงศ์ข้อสุดท้าย "ยินดีในภาวนาและการละกิเลส" อธิบายด้วยพระบาลีจากปฏิสัมภิทามรรค ทสุตตรสูตร สติปัฏฐานสูตร และอภิธรรม จากนั้นไขความหมวดสี่อื่น เช่น ความเพียร ๔ ความหมดจดของทักษิณา ๔ แบบ กำเนิดสัตว์ ๔ และปิดท้ายด้วยสมณะ ๔ จำพวก
  34. စာမျက်နှာ 359–377 ธรรมหมวดห้าและหมวดหก และเรื่องภิกษุวิวาทที่โกสัมพี หมวดห้า อธิบายขันธ์ ๕ ความตระหนี่ ๕ นิวรณ์ ๕ สัญโญชน์ ๕ ต่อด้วยหมวดหก อธิบายอายตนะภายใน-นอก วิญญาณ ๖ สัมผัส ๖ ตัณหา ๖ ที่โดดเด่นคือมูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ ประการ ยกตัวอย่างภิกษุ ๒ รูปทะเลาะกันที่เมืองโกสัมพี จนลามไปถึงศิษย์ ภิกษุณี อุปัฏฐาก เทวดารักษา และเทวโลกชั้นต่างๆ
  35. စာမျက်နှာ 378–392 ธรรมหมวดเจ็ด หมวดแปด หมวดเก้า: นิททสวัตถุ อธิกรณสมถะ และเหตุแห่งทาน หมวดเจ็ด อธิบายอริยทรัพย์ ๗ โพชฌงค์ สัปปุริสธรรม ๗ และนิททสวัตถุ ๗ รวมทั้งวิธีระงับอธิกรณ์สงฆ์ ๗ แบบ หมวดแปด อธิบายเหตุแห่งความเกียจคร้าน-ความเพียร ๘ และเหตุแห่งการให้ทาน ๘ พร้อมคาถา "การฝึกจิตที่ยังไม่เคยฝึกชื่อว่าทาน" หมวดเก้า อธิบายเหตุแห่งความอาฆาต ๙ และภูมิที่อยู่ของสัตว์ ๙ ประเภท
  36. စာမျက်နှာ 393–405 ธรรมหมวดสิบ จบอรรถกถาสังคีติสูตร และเริ่มทสุตตรสูตร หมวดสิบ อธิบายธรรมที่เป็นที่พึ่งของตน ๑๐ กัลยาณมิตร กสิณ ๑๐ และกรรมบถ ๑๐ อย่างละเอียด ปิดท้ายด้วยอริยวาส ๑๐ ของพระขีณาสพ และสรุปพระสูตรทั้งหมด ๑,๐๑๔ ปัญหา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญพระสารีบุตรและตรัสรับรองเป็น "ชินภาษิต" จบอรรถกถาสังคีติสูตร จากนั้นเริ่มทสุตตรสูตรที่พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ริมสระโปกขรณีคัคครา เมืองจำปา
  37. စာမျက်နှာ 406–410 ทสุตตรสูตร: พระสารีบุตรเริ่มแสดงธรรมหมวด ๑-๓ พระสารีบุตรแสดงทสุตตรสูตรแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูปที่ริมสระโปกขรณีใกล้เมืองจำปา จัดธรรมเป็นหมวดตัวเลข ๑ ถึง ๑๐ แต่ละหมวดมี ๑๐ หัวข้อ เริ่มจากหมวด ๑ (ความไม่ประมาท) หมวด ๒ (สติสัมปชัญญะ สมถะวิปัสสนา) และหมวด ๓ (สมาธิ ๓ เวทนา ๓ ตัณหา ๓ มูล ๓ วิชชา ๓)
  38. စာမျက်နှာ 411–424 ทสุตตรสูตร หมวด ๔-๖: สติปัฏฐาน อริยสัจ อภิญญา ต่อเนื่องธรรมหมวด ๔ (สติปัฏฐาน อาหาร ๔ โอฆะ อริยสัจ ๔) หมวด ๕ (องค์แห่งความเพียร สัมมาสมาธิ ๕ องค์ อุปาทานขันธ์ นิวรณ์ วิมุตตายตนะ) และหมวด ๖ (สาราณียธรรม อนุสสติ อายตนะภายใน หมู่ตัณหา และอภิญญา ๖)
  39. စာမျက်နှာ 425–441 ทสุตตรสูตร หมวด ๗-๘: โพชฌงค์ กำลังพระขีณาสพ ผู้เกียจคร้าน-ขยัน วิโมกข์ จบอภิญญา ๖ แล้วขึ้นหมวด ๗ (อริยทรัพย์ โพชฌงค์ ๗ วิญญาณฐิติ อนุสัย สัปปุริสธรรม กำลัง ๗ ของพระขีณาสพ) จากนั้นหมวด ๘ อธิบายเหตุ ๘ ประการที่ทำให้ได้ปัญญา อริยมรรคมีองค์ ๘ โลกธรรม ๘ เหตุของคนเกียจคร้าน ๘ ข้อเทียบกับเหตุของผู้ปรารภความเพียร ๘ ข้อ อภิภายตนะ และวิโมกข์ ๘
  40. စာမျက်နှာ 442–447 ทสุตตรสูตร หมวด ๙: สัตตาวาส ตัณหา ฌานสมาบัติ หมวด ๙ อธิบายธรรมมีโยนิโสมนสิการเป็นมูล วิสุทธิ ๙ สัตตาวาส ๙ ธรรมมีตัณหาเป็นมูล เหตุแห่งความอาฆาตและการกำจัดความอาฆาต ๙ ประการ และอนุปุพพวิหาร-อนุปุพพนิโรธ (การเข้าฌานสมาบัติ ๙ ขั้นตามลำดับจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ)
  41. စာမျက်နှာ 448–455 ทสุตตรสูตร หมวด ๑๐ จบ: กรรมบถ อริยวาส จบปาฏิกวรรค หมวด ๑๐ ปิดท้ายด้วยนาถกรณธรรม ๑๐ กสิณายตนะ ๑๐ อายตนะ ๑๐ กรรมบถ ๑๐ ทั้งฝ่ายเสื่อมและวิเศษ อริยวาส ๑๐ สัญญา ๑๐ นิชชิณณวัตถุ ๑๐ และอเสขธรรม ๑๐ รวมธรรมทั้งหมดกว่าพันข้อ ภิกษุฟังจบบรรลุอรหัตต์ จบทสุตตรสูตรที่ ๑๑ และจบปาฏิกวรรค
  42. စာမျက်နှာ 456–465 อรรถกถาทสุตตรสูตร: เหตุที่พระสารีบุตรแสดงสูตรนี้ อรรถกถาเล่าเบื้องหลังว่า ภิกษุที่มาเรียนกรรมฐานแล้วบรรลุมรรคผลในพรรษา เมื่อกลับมาเฝ้าพระศาสดา ทรงส่งไปหาพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเสมือนมารดาและนางนม พระสารีบุตรจึงแสดงทสุตตรสูตรอันมีรสแห่งความสามัคคี จากนั้นอธิบายความหมายศัพท์ในหมวดธรรมต่างๆ ตามลำดับ
  43. စာမျက်နှာ 466–476 อรรถกถาทสุตตรสูตรจบ: บทส่งท้ายพระพุทธโฆษาจารย์ จบทีฆนิกาย อธิบายศัพท์ต่อจนครบทุกหมวดถึงหมวด ๑๐ รวมพระสูตรกล่าวปัญหา ๕๕๐ ข้อ ภิกษุ ๕๐๐ รูปฟังแล้วบรรลุอรหัตต์ อรรถกถาทสุตตรสูตรและปาฏิกวรรคจบ ตามด้วยบทส่งท้ายพระพุทธโฆษาจารย์ผู้แต่งอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี บอกความยาวรวม ๑๔๐ ภาณวาร อวยพรให้โลกมีสุข ปิดท้ายด้วยคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้า เป็นการจบอรรถกถาทีฆนิกายทั้งเล่มโดยสมบูรณ์