อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๖ · หน้า ๗๖๔ · ข้อ 333
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนอานนท์ ตถาคตกำหนดรู้ใจบุคคลด้วยใจแม้อย่างนี้ กำหนดรู้ญาณเป็นเครื่องทราบอินทรีย์ของบุรุษด้วยใจแม้อย่างนี้ กำหนดรู้ธรรม ที่อาศัยกันเกิดขึ้นต่อไปด้วยใจ แม้ด้วยประการฉะนี้.

ดูก่อนอานนท์ บุคคล ๖ จำพวกนั้น บุคคล ๓ จำพวกข้างต้น คนหนึ่งเป็นผู้ไม่เสื่อมเป็นธรรมดา คนหนึ่งเป็นผู้เสื่อมเป็นธรรมดา คนหนึ่ง เป็นผู้เกิดในอบาย ตกนรก ในบุคคล ๖ จำพวกนั้น บุคคล ๓ จำพวกข้างหลัง คนหนึ่งเป็นผู้ไม่เสื่อมเป็นธรรมดา คนหนึ่งเป็นผู้เสื่อมเป็นธรรมดา คนหนึ่ง เป็นผู้จะปรินิพพานเป็นธรรมดา.

จบอุทกสูตรที่ ๘

อรรถกถาอุทกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอุทกสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้:-

บทว่า อญฺตโร ได้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง ผู้เป็นฝักฝ่ายของพระเทวทัต. บทว่า สมนฺนาหริตฺวา ได้แก่น้อมนึก. ภิกษุนั้นถามเรื่องนี้ก็ด้วยความ ประสงค์ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเพราะทรงทราบ หรือไม่ทรงทราบ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเป็นเอกังสิกพยากรณ์ (ตรัสตอนโดยส่วนเดียว) หรือ ว่าตรัสเป็นวิภัชชพยากรณ์ (จำแนกตอบ).

บทว่า อปายิโก ได้แก่ บังเกิดในอบาย. บทว่า เนรยิโก ได้แก่ ไปสู่นรก. บทว่า กปฺปฏฺโ ได้แก่ จักดำรงอยู่ (ในนรก) ตลอด กัป เพราะได้ทำกรรมที่เป็นเหตุให้ดำรงอยู่ตลอดกัปไว้. บทว่า อเตกิจฺโฉ ได้แก่ ไม่สามารถจะแก้ไขได้. บทว่า เทฺวชฺฌํ ได้แก่ ภาวะเป็นสอง.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้