ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๓ · หน้า ๒๗๐ · ข้อ 599
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มาตลีเทพสารถีขับรถต่อไป แสดงนิรยาบายอื่นอีก พระเจ้าเนมิราช ทอดพระเนตรเห็นสัตว์นรกเหล่านั้นกินมูตรและคูถ เมื่อจะตรัสถามมาตลีเทพ- สารถี จึงตรัสคาถาว่า

ห้วงน้ำนี้เต็มด้วยมูตรและคูถ มีกลิ่นเหม็น

ไม่สะอาด เน่า ฟุ้งไป สัตว์นรกมีความหิวครอบงำ

ก็กินมูตรและคูถนั้น ความกลัวปรากฏแก่เรา เพราะ

ได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เรา

ขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปอะไรไว้ จึง

มีมูตรและคูถเป็นอาหาร.

มาตลีเทพสารถีทูลถวายพยากรณ์พระดำตรัสถาม

ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่พระ-

ราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า สัตว์นรกเหล่าใดก่อทุกข์

เบียดเบียนมิตรสหายเป็นต้น ตั้งมั่นอยู่ในความเบียด

เบียนผู้อื่นทุกเมื่อ สัตว์นรกเหล่านั้น มีกรรมหยาบช้า

เป็นพาลประทุษร้ายมิตร จึงต้องกินมูตรและคูถ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขุทาปเรตา มนุชา อเทนฺติ ความ ว่า สัตว์นรกเหล่านี้อันความหิวถูกต้อง ไม่อาจอดกลั้นความหิวได้ จึงทำคูถ เก่าซึ่งตั้งอยู่เป็นกัป เดือดพล่าน ควันอบ ลุกโพลง เป็นก้อน ๆ เคี้ยวกิน. บทว่า การณิกา แปลว่า ก่อทุกข์. บทว่า วิโรสิกา ได้แก่ ผู้เบียดเบียน

แม้มิตรสหายเป็นต้น. บทว่า มิตฺตทฺทโน ความว่า สัตว์เหล่าใดเป็นพาล

เคี้ยวกิน คือบริโภคข้าวปลาอาหารในบ้านของตนนั้น ๆ นั่งนอนบนอาสน์ที่ เขาปูลาดไว้ ยังรับจ้างขโมยมาสกและกหาปณะอีก สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้ประทุษ ร้ายมิตร เป็นพาล จึงเคี้ยวกินก้อนคูถเห็นปานนี้ พระเจ้าข้า.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้