ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๓ · หน้า ๘๘ · ข้อ 467 468 469 470
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๔๖๗] ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้ามิได้ผจญ

ซึ่งญาติไร ๆ โดยส่วนเดียวในกาลไหน ๆ โดยอธรรม

แม้ญาติทั้งหลายก็มิได้ผจญซึ่งข้าพเจ้า.

[๔๖๘] ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้าเห็น

ประเพณีของโลก เห็นโลกถูกกิเลสขบกัด ถูกกิเลส

ทำให้เป็นดังเปือกตม จึงได้ทำเหตุนี้ให้เป็นเครื่อง

เปรียบเทียบว่า ปุถุชนจมอยู่แล้วในกิเลสวัตถุใด สัตว์

เป็นอันมาก ย่อมถูกประหารและถูกฆ่าในกิเลสวัตถุ

นั้น ดังนี้จึงได้บวชเป็นภิกษุ.

[๔๖๙] ใครหนอเป็นผู้จำแนกแจกอรรถ

สั่งสอนพระองค์ คำอันสะอาดนี้เป็นคำของใคร ดูก่อน

พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ เพราะพระองค์มิได้ตรัสบอก

สมณะผู้มีวัตรปฏิบัติก้าวล่วงทุกข์ นอกจากกัปปสมณะ

หรือวิชชสมณะ.

[๔๗๐] ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ถึงข้าพเจ้าจะ

เคารพสมณะหรือพราหมณ์โดยส่วนเดียวก็จริง แต่ก็

ไม่เคยเข้าใกล้ไต่ถามอะไร ๆ ในกาลไหน ๆ เลย

ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้านั้นรุ่งเรื่องด้วยสิริ ไปยัง

พระราชอุทยานด้วยอานุภาพใหญ่ เมื่อเจ้าพนักงาน

กำลังขับเพลงขับและประโคมดนตรีกันอยู่ ข้าพเจ้า

ได้เห็นมะม่วง มีผลภายนอกกำแพงพระราชอุทยาน

อันกึกก้องด้วยเสียงดนตรี พร้อมแล้วด้วยคนร้องและ

คนประโคม ข้าพเจ้าละต้นมะม่วงอันมีสิรินั้น ซึ่ง

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้