ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๔ · หน้า ๑๑๒ · ข้อ 6
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

น่าอัศจรรย์หนอ ได้มีผู้ฉลาดเกิดขึ้น

ในโลก ได้เป็นพระราชาพระนามว่าเนมิราช

เป็นบัณฑิต มีความต้องการด้วยกุศล.

ทวยเทพทั้งปวงมีท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพเป็นต้น ได้สดับดังนั้น

ประสงค์จะเห็นพระโพธิสัตว์. วันหนึ่ง เมื่อพระมหาบุรุษทรงรักษาอุโบสถ

ประทับอยู่เบื้องบนปราสาทอันประเสริฐ ประทับนั่งขัดสมาธิในปัจฉิมยาม ทรงเกิดความปริวิตกขึ้นว่า ทานประเสริฐ หรือ พรหมจรรย์ประเสริฐ พระโพธิสัตว์ไม่สามารถตัดสินความสงสัยของพระองค์ได้ ในขณะนั้น

ภพของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน. ท้าวสักกะทรงรำพึงถึงเหตุนั้น ครั้น

ทรงเห็นพระโพธิสัตว์ทรงวิตกอยู่อย่างนั้นจึงทรงดำริว่า เอาเถิดเราจะตัดสิน ความวิตกของพระโพธิสัตว์นั้น จึงเสด็จมาประทับอยู่ข้างหน้า พระโพธิสัตว์ ตรัสถามว่า ท่านเป็นใคร ? จึงทรงบอกว่า พระองค์เป็นเทวราชแล้วตรัส ถามว่า มหาราชพระองค์ทรงดำริถึงอะไร ? พระโพธิสัตว์จึงตรัสบอกความ

นั้น. ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงให้เห็นว่าพรหมจรรย์นั่นแหละประเสริฐ

ที่สุด จึงตรัสว่า :-

บุคคลเกิดในตระกูลกษัตริย์ ก็เพราะ

ประพฤติพรหมจรรย์ต่ำ บุคคลเกิดเป็นเทวดา

ก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์ปานกลาง บุคคล

บริสุทธิ์ ก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์สูงสุด.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้