ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๓ · หน้า ๕๖๐ · ข้อ 36
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พวกภิกษุได้ยินคำนั้นแล้ว จึงกราบทูลแด่พระศาสดาว่า " พระเจ้าข้า พระวังคีสเถระนี้ พยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยคำไม่จริง."

พระศาสดาตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย พวกเธออย่ากล่าวอย่างนั้น. ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้บุตรของเราฉลาดในการจุติและปฏิสนธิแล้ว " ดังนี้ แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-

๓๖.จุตึ โย เวทิ สตฺตานํ อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส

อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

ยสฺส คตึ น ชานนฺติ เทวา คนฺธพฺพมานุสา

ขีณาสวํ อรหนฺตํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

" ผู้ใด รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายโดยประ-

การทั้งปวง, เราเรียกผู้นั้น ซึ่งไม่ข้อง ไปดี รู้แล้ว;

ว่าเป็นพราหมณ์. เทพยดา คนธรรพ์และหมู่มนุษย์

ย่อมไม่รู้คติของผู้ใด, เราเรียกผู้นั้น ซึ่งมีอาสวะสิ้น

แล้ว ผู้ไกลกิเลสว่า เป็นพราหมณ์."

แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า โย เวทิ เป็นต้น ความว่า ผู้ใด รู้จุติปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย โดยประการทั้งปวงอย่างแจ้งชัด๑, เรา เรียกบุคคลผู้นั้น ซึ่งชื่อว่า ไม่ข้อง เพราะความเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้อง ชื่อว่า ไปดีแล้ว เพราะความเป็นผู้ไปดีแล้วด้วยการปฏิบัติ ชื่อว่าผู้รู้แล้ว เพราะ ความเป็นผู้รู้สัจจะทั้ง ๔ ว่า เป็นพราหมณ์.

๑. ปากฏํ กตฺวา ทำให้ปรากฏ.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้