พระราชาทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ทรงปลื้มพระทัยว่า บุรุษผู้นี้เป็น บัณฑิต ที่ยอมสละชีวิตคนขวนขวายแต่บุญ และได้สร้างฐานความลำบาก ใจให้แก่ตนเอง แล้วพระราชทานบ้านส่วยตำบล ๑ และผ้าผ่อนเครื่อง ประดับเป็นต้นแก่เขาแล้วตรัสว่า พนาย เจ้าขวนขวายบุญ ด้วยการถวาย ผลมะม่วงเป็นทาน เจ้าจงให้ส่วนบุญจากทานนั้นแก่เราบ้างสิ. เขากราบ ทูลว่า ข้าแต่เทวะ ข้าพระบาท ขอถวาย โปรดทรงรับส่วนบุญ ตาม สมควรเถิด พระเจ้าข้า. ต่อมาพนักงานเฝ้าสวน ก็ตายไปเกิดในเหล่า เทพชั้นดาวดึงส์ วิมานทอง ๑๖ โยชน์ ประดับด้วยห้องรโหฐาน ๗๐๐
ก็บังเกิดแก่เขา. ท่านพระมหาโมคคัลลานะพบเทพบุตรนั้นแล้วถามว่า
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูงขนาด ๑๖* โยชน์ โดย
รอบ มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ โอฬาร ล้วนเสาแก้ว
ไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันสวยงาม ท่านนั่ง
ดื่ม และกิน อยู่ในวิมานนั้น พิณทิพย์บรรเลงไพเราะ
เหล่าเทพกัญญา ชั้นไตรทศ ๖๔,๐๐๐ ล้วนแต่ดี ผู้
ชำนาญศิลป์ พากันฟ้อนรำขับร้อง ทำความบันเทิง
อย่างโอฬาร. ท่านบรรลุเทวฤทธิ์ แล้วมีอานุภาพ
มาก ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้
เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้
และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะ * พระสูตร ๑๒ โยชน์.