บุคคลเข้าไปอาศัยราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมแล้ว ให้ ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น.
บุคคลเข้าไปอาศัย โทสะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ โมหะ ฯลฯ มานะ ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น.
ราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ความปรารถนา เป็นปัจจัย แก่ศรัทธา แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ และ โมหะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๙๒๗] ๗. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสส- เนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ- เหตุกธรรม ฯลฯ
มีอย่างเดียว คือที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
ราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ด้วยอำนาจของอุป- นิสสยปัจจัย.
[๙๒๘] ๘. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาว- นายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุก- ธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ