คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
๘. ปริตตธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ เพราะ
นอาเสวนปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณธรรม.
๙. ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม อาศัยอัปป-
มาณธรรม เกิดขึ้น เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ.
[๑๓๕๗] ๑๐. ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคต- ธรรม เกิดขึ้น เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม และ มหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๓๕๘] ๑๑. ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม และมหัคคต- ธรรม เกิดขึ้น เพราะนอาเสวนปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย.
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม และมหา- ภูตรูปทั้งหลาย.