คือ บุคคลอื่นพิจารณาเห็นจักษุที่เป็นอัชฌัตตธรรม ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น อนัตตา, ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภหทยวัตถุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอัชฌัตตธรรม ด้วย อำนาจของเจโตปริยญาณ.
รูปายตนะที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็น พหิทธาธรรม ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กาย- วิญญาณที่เป็นพหิทธาธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่- เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังส- ญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๒๐๗๗] ๓. พหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรม ด้วย อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลอื่น ให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯ ฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณา กุศลกรรมนั้น.
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน.
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค, ออกจากผล ฯลฯ พิจารณานิพพาน.