สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๓๑๗ · ข้อ 740
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บุคคลพึงกล่าวแต่วาจาที่ไม่เป็นเหตุ

ยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็นเหตุเบียด-

เบียนผู้อื่น วาจานั้นแลเป็นสุภาษิต บุคคล

พึงกล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รัก ที่ชนทั้งหลาย

ชื่นชมแล้ว ไม่ถือเอาคำที่ชั่วช้าทั้งหลาย

กล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รักแก่ชนเหล่าอื่น

คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย ธรรมนี้เป็น

ของมีมาแต่เก่าก่อน สัตบุรุษทั้งหลาย

เป็นผู้ตั้งมั่นแล้วในคำสัตย์ ที่เป็นอรรถ

และเป็นธรรม พระพุทธเจ้าตรัสพระวาจา

ใด ซึ่งเป็นวาจาเกษม เพื่อให้ถึงพระ-

นิพพาน เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ พระวาจา

นั้นแลเป็นสูงสุดกว่าวาจาทั้งหลาย ดังนี้.

อรรถกถาสุภาสิตสูตร

ในสุภาสิตสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า องฺเคหิ ได้แก่ ด้วยเหตุหรือด้วยส่วนทั้งหลาย. จริงอยู่ เหตุแห่งวาจาเป็นสุภาษิต ๔ มีเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากพูดคำเท็จเป็นต้น หรือส่วน ๔ มีสัจจวาจาเป็นต้น. ก็บทว่า จตูหิ เป็นปัญจมีวิภัตติ ลงใน องฺค ศัพท์ ซึ่งแปลว่าเหตุ เป็นตติยาวิภัตติ ลงใน องฺค ศัพท์ ซึ่งแปลว่า

ส่วน. บทว่า สมนฺนาคตา ได้แก่ มาตามพร้อมแล้ว คือเป็นไปแล้วและ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้