ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๓๓๙ · ข้อ 465
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ท่านเข้าไปยังต้นไม้ ที่ออกดอกบานถึงยอด ยืน

อยู่ผู้เดียวที่โคนไม้ เพื่อนไร ๆ ของท่าน ก็ไม่มีเลย

ท่านไม่กลัวความสามหาวของพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุปุปฺผิตคฺคํ ความว่า มียอดออกดอก บานดี คือบานสะพรั่งทั่วทั้งต้นแต่ยอด. บทว่า ปาทปํ แปลว่าต้นไม้ ในที่

นี้ท่านหมายเอาต้นสาละ. บทว่า เอกา ตุวํ ความว่า ท่านยืนอยู่ผู้เดียวใน

ที่นี้. บทว่า น จาปิ ตุยฺหํ ทุติยตฺถิ โกจิ ความว่า แม้ใคร ๆ ที่เป็น

สหายของท่าน เป็นผู้อารักขาไม่มี อีกอย่างหนึ่ง โดยรูปสมบัติ เพื่อนแม้ไร ๆ ของท่านก็ไม่มี หญิงที่มีรูปสวยไม่มีใครเสมอ ยืนอยู่ลำพังคนเดียวในที่สงัดจาก

ชนนี้. บทว่า น ตฺวํ พาเล ภายสิ ธุตฺตกานํ ความว่า ดูก่อนแม่

สาวรุ่น ท่านไม่กลัวถ้อยคำของพวกชายเจ้าชู้ อธิบายว่า พวกนักเลง ที่ทำ

การเกี้ยว. เขาว่า วันหนึ่ง มารเห็นพระเถรีนั่งพักผ่อนกลางวัน ณ ป่าสาละ

ที่ออกดอกบาน ต้องการจะตัดพระเถรีให้ขาดจากวิเวก เมื่อทดลองจึงกล่าว คาถานี้ ลำดับนั้น พระเถรีเมื่อจะคุกคามมารนั้น จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ โดยอานุภาพของตนว่า

ต่อให้นักเลงนับจำนวนแสนเช่นนี้ มารุมล้อม

ขนของเราก็ไม่หวั่นไม่ไหว มารเอย ท่านผู้เดียวจักทำ

อะไรเราได้ เรานั้นหายตัวได้ เข้าท้องท่านก็ได้ ยืน

ระหว่างคิ้ว ท่านก็ไม่เห็นเราได้ เราเป็นผู้ชำนาญใน

จิต อบรมอิทธิบาทอย่างดีแล้ว อภิญญา ๖ เราก็ทำให้

แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราก็ทำเสร็จแล้ว.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้