ชื่อว่าเป็นศีล ได้แก่ ธรรม คือ อนภิชฌาอัพยาบาทและสัมมาทิฏฐิที่ ท่านกล่าวไว้ โดยนัยมีอาทิว่า อภิชฺฌํ โลเก ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรติ๑ - ภิกษุละอภิชฌาในโลก มีจิตปราศจากอภิชฌาอยู่.
ในบทว่า สํรโร สีลํ ความสำรวมเป็นศีลนี้ พึงทราบความ สำรวมมี ๕ อย่าง คือ ปาติโมกขสังวร - ความสำรวมในปาติโมกข์ ๑ สติสังวร - ความสำรวมในสติ ๑ ญาณสังวร - ความสำรวมในญาณ ๑ ขันติสังวร - ความสำรวมในขันติ ๑ วีริยสังวร - ความสำรวมใน ความเพียร ๑.
ในความสำรวม ๕ อย่างนั้นภิกษุเข้าถึง เข้าถึงเสมอด้วยความ สำรวมในปาติโมกข์นี้ นี้ชื่อว่า ปาติโมกขสังวร.๒ ภิกษุรักษาจักขุน- ทรีย์, ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์นี้ ชื่อว่า สติสังวร.๓
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ ปญฺาเยเต ปิถิยฺยเร.๔
ดูก่อนอชิตะ สติเป็นเครื่องห้ามกระแสใน
โลก เรากล่าวการสำรวมกระแสเหล่านั้น บัณฑิต
พึงปิดกั้นกระแสเหล่านี้ด้วยปัญญา.
๑. ที. สี. ๙/๑๒๕. ๒. อภิ. วิ. ๓๕/๖๐๒. ๓. องฺ. ติก. ๒๐/๔๕๕.
๔. ขุ. สุ. ๒๕/๔๒๕.