ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๘ · หน้า ๑๐๕๓ · ข้อ 267
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แม้ในนิทเทสนี้ พระเถระก็แสดงโดยอนุรูปแก่พระสูตรนั้น. เพราะ

ท่านจำแนกความอันมีอยู่โดยอาการไม่น้อย. ทั้งผู้อื่นย่อมรู้โดยประการ

อื่น.

ปัญญาดังรัตนะ เพราะอรรถว่าทำความยินดี ให้ความยินดี ยัง ความยินดีให้เกิด ทำให้วิจิตรหาได้ยาก ชั่งไม่ได้ เป็นของใช้ของสัตว์ อย่างงาม จึงชื่อว่า ปญฺารตนํ - ปัญญาดังรัตนะ.

ชื่อว่า อโมโห คือ ความไม่ลง เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่ลุ่ม หลงไป ด้วยเหตุนั้น. หรือไม่ลุ่มหลงไปในอารมณ์ด้วยตนเอง. บทว่า ธรรมวิจยะ มีอรรถดังได้กล่าวแล้ว, ก็เพราะเหตุไรท่านจึงกล่าวไว้อีก.

เพื่อแสดงความที่อโมหะเป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงแสดง

บทนี้ไว้ว่า อโมหะนั้นมิใช่ธรรมนอกจากโมหะอย่างเดียว แต่ยังเป็น ปฏิปักษ์ต่อโมหะ ในนิทเทสนี้ ท่านประสงค์เอาอโมหะ กล่าวคือ การ เลือกเฟ้นธรรม.

บทว่า สมฺมาทิฏฺิ ได้แก่ กุศลทิฏฐิอันนำสัตว์ออกไปได้อย่าง

แท้จริง. ท่านกล่าวคำถามไว้โดยสังเขปว่า ในญาณเหล่านั้น ทุกข-

สมุทยญาณ ทุกขนิโรธญาณ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ เป็นไฉน ด้วยประการฉะนี้.

จบ อรรถกถาสัจญาณจตุกทวยนิทเทส

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ๕๖-๖๓. สัจญาณจตุกทวยนิทเทส
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า
เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้