ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๒ · หน้า ๔๗ · ข้อ 294 295 296 297 298 299 300 301
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๒๙๔] ท่านเป็นผู้สมควรแก่ความงาม เป็นเหมือนผู้ฝึกฝนตนมาแล้ว

เหมือนช้างถูกแทงด้วยหอก ไม่หวั่นไหว

พราหมณ์ ท่านเป็นผู้มีการฝึกฝนมาดี

จึงสงบระงับแล้ว ในทางเป็นที่ฝึก

[๒๙๕] ข้าพระองค์ตอบว่า ข้าพเจ้าได้บรรลุอมตธรรม

ซึ่งเป็นเครื่องบรรเทาลูกศรคือความเศร้าโศกแล้ว

ถึงตัวท่านก็จะบรรลุอมตธรรมนั้นได้

พวกเราไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากันเถิด

[๒๙๖] สหายนั้นอันข้าพระองค์ให้ศึกษาอย่างดีแล้ว

จึงรับคำว่า ดีละ แล้วได้จูงมือกันมายังสำนักของพระองค์

[๒๙๗] ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร ข้าพระองค์ทั้ง ๒

จักบวชในสำนักของพระองค์

อาศัยคำสอนของพระองค์อยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๙๘] ท่านโกลิตะเป็นผู้เลิศด้วยฤทธิ์ ข้าพระองค์เลิศด้วยปัญญา

ข้าพระองค์ทั้ง ๒ จะร่วมมือกันทำศาสนาให้งดงาม

[๒๙๙] (เมื่อก่อน) ข้าพระองค์มีความดำริยังไม่ถึงที่สุด

จึงได้เที่ยวไปในลัทธิที่ผิด

(แต่บัดนี้)เพราะได้อาศัยทัศนะของพระองค์

ความดำริของข้าพระองค์จึงเต็ม

[๓๐๐] หมู่ไม้เกิดบนแผ่นดินย่อมแย้มบานในฤดูกาล

กลิ่นทิพย์หอมอบอวลไปทำให้สรรพสัตว์ยินดี (ฉันใด)

[๓๐๑] ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

ผู้เป็นศากยบุตร มีพระยศยิ่งใหญ่

ข้าพระองค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ดำรงอยู่ในศาสนาของพระองค์แล้ว

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้