ดูก่อน น้องสุริยวัจฉสา พี่ขอไหว้
ท้าวติมพรุผู้เป็นบิดาให้กำเนิดน้อง ผู้เป็น
เทพกัลยาณี ยังความยินดีให้เกิดแก่พี่ ฯลฯ
แน่ะ น้องผู้มีปรีชาดี น้องมีความงาม
เช่นนี้ เป็นธิดาของท่านผู้ใด พี่ขอนอบ-
น้อมกราบไหว้ท่านผู้นั้น ผู้ประหนึ่งว่า
ไม้รังซึ่งผลิตดอกออกผลยังไม่นาน คือ
บิดาของน้อง ดังนี้.
[๒๕๐] ครั้นข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้แล้ว นางได้กล่าวกะข้าพระองค์ ว่า ท่านผู้นิรทุกข์ ฉันไม่ได้เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเฉพาะพระพักตร์เลย ก็แต่ ว่าเมื่อฉันฟ้อนอยู่ในเทวสภา ชื่อสุธรรมา ได้สดับ (พระนาม) พระผู้มี พระภาคเจ้าแล้ว ผู้นิรทุกข์ท่านยอพระเกียรติพระผู้มีพระภาคเจ้าเพราะเหตุใด เล่า ? วันนี้ เราเลิกพบปะกันเสียเถิด ดั่งนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ ได้สมาคมกับน้องหญิงนั้น เท่านั้น ภายหลังแต่นั้นก็ไม่ได้พูดกันอีก.
ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะผู้จอมเทพได้ทรงปริวิตกว่า ปัญจสิขคนธรรพ เทพบุตร และพระผู้มีพระภาคเจ้าได้สนทนากันอย่างเพลิดเพลิน จึงทรงเรียก ปัญจสิขคนธรรพเทพบุตรมาตรัสว่า พ่อปัญจสิขะ ท่านจง ถวายอภิวาทพระผู้มี พระภาคเจ้าแทนเราแล้วทูลว่า ท้าวสักกะจอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์และบริวาร ขอถวายบังคมพระบาทยุคล ของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า. ปัญสิข คนธรรพเทพบุตรรับสนองเทวโองการแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า
แทนตามเทพบัญชาแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ปัญจสิขะ ขอท้าวสักกะ
จอมเทพพร้อมอำมาตย์และบริวาร จงทรงพระสำราญตามประสงค์ อนึ่ง เทพดา