(มาเป็น) เช่นนี้ชื่อว่าเอาหน้าไปไว้ไหน ก็เราชื่อว่าเป็นสตรีเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทำให้บริบูรณ์ในศีลเป็นปกติ เบื่อหน่ายสตรีเพศ ปรารถนาบุรุษเพศ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เป็นพวกกับทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ถึงความเป็นบุตรแห่งท้าวสักกะจอมเทพ แม้ทวยเทพชั้นนี้ย่อมรู้จักเราอย่างนี้ว่า โคปกเทพบุตรๆ ดั่งนี้ ส่วนพวกท่าน ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว เข้าถึงหมู่คนธรรพ์ชั้นต่ำ พวกเราได้เห็นแล้วช่างไม่น่าดูเสียเลย เมื่อโคปกเทพบุตรได้ตักเตือนคนธรรพ์ เหล่านั้นแล้ว เทวดา ๒ องค์ กลับได้สติในอัตภาพนั้น เข้าถึงหมู่พรหมชั้น พรหมปุโรหิต ส่วนองค์ ๑ ยังอยู่ในชั้นกามาวจรนั้นแล.
[๒๕๓] ครั้งท้าวสักกะตรัสคำนี้แล้ว โคปกเทพบุตรได้กล่าวคาถาว่า
ข้าพเจ้าเป็นอุบาสิกาของพระพุทธ-
เจ้าผู้มีจักษุ ทั้งข้าพเจ้าก็ชื่อ โคปิกา
ข้าพเจ้าเลื่อมใสยิ่งแล้วในพระพุทธ พระ
ธรรม และมีจิตเลื่อมใสแล้ว ได้บำรุง
พระสงฆ์ .
ข้าพเจ้าเป็นบุตรแห่งท้าวสักกะ มี
อานุภาพมาก มีความรุ่งเรืองมาก เข้าถึง
ทิพยสถาน เพราะความที่ธรรมของพระ
พุทธเจ้านั้นแลเป็นธรรมอันดี ทวยเทพแม้
ในชั้นนี้ ย่อมรู้จัก ข้าพเจ้าว่าโคปกะ ดังนี้.
ข้าพเจ้าได้เคยเห็นพวกภิกษุที่เคย
เห็นกัน เข้าถึงหมู่แห่งคนธรรพ์อยู่ ก็