ทรงผนวชเราจักเวรคืนตำแหน่งที่ปรึกษาเสร็จแล้วจึงบวช ดังนี้แล้วจึงเข้าเฝ้า
พระราชา. เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ท่าน ครั้งนั้นแล มหาโควินท์
ฯลฯ ข้าพระพุทธเจ้าไม่ยินดีในความเป็นที่ปรึกษา ดังนี้
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขอพระองค์จงทรงทราบด้วยราช สมบัติ ความว่า พระองค์นั่นแล จงทรงทราบเฉพาะ (รับผิดชอบ) ด้วย
ราชสมบัติของพระองค์. บทว่า ข้าพระพุทธเจ้าไม่ยินดีในความเป็นที่
ปรึกษา ความว่า ข้าพระพุทธเจ้าหายินดีในความเป็นที่ปรึกษาไม่ ข้าพระ พุทธเจ้าเบื่อหน่ายแล้ว ขอพระองค์จงทรงทราบปุโรหิตผู้พร่ำสอนอื่นเถิด ข้า
พระพุทธเจ้าไม่ยินดีในความเป็นที่ปรึกษา. ลำดับนั้น พระราชาทรงพระดำริ
ว่า โภคะในเรือนของพราหมณ์ผู้หลีกเร้นตั้งสี่เดือน คงจะน้อยเป็นแน่ จึง ทรงเชื้อเชิญด้วยทรัพย์ตรัสว่า ถ้าท่านยังพร่องด้วยกามทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะ เติมให้ท่านจนเต็ม แล้วทรงพระดำริอีกว่า เมื่อพราหมณ์นี้อยู่คนเดียว ต้อง ถูกใคร ๆ เบียดเบียนหรือหนอแล จึงตรัสถามว่า
ข้าพเจ้าจะป้องกันผู้ที่จะเบียดเบียน
ท่าน ข้าพเจ้าเป็นแม่ทัพแห่งแผ่นดิน
ท่านเป็นพ่อ ข้าพเจ้าเป็นลูก โควินท์
ขอท่านอย่าทิ้งพวกข้าพเจ้าไป.
ความแห่งคาถานั้นว่า ข้าพเจ้าจะป้องกันผู้ที่จะเบียดเบียนท่าน ขอ อย่างเดียวเพียงให้ท่านบอกว่า คนโน้น ข้าพเจ้าจักทราบสิ่งที่พึงกระทำใน
กรณีนั้น. บทว่า ข้าพเจ้าเป็นแม่ทัพแห่งแผ่นดิน ความว่าอีกอย่างหนึ่ง
ข้าพเจ้าเป็นเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้านั้นจักให้ท่านเท่านั้น ครอบครองราชสมบัตินี้. บทว่า ท่านเป็นบิดา ข้าพเจ้าเป็นบุตร ความว่า ท่านดำรงอยู่ในตำแหน่ง พ่อ ข้าพเจ้าในตำแหน่งลูก ท่านนั้นได้นำเอาใจของข้าพเจ้าไปเพื่อตนเท่านั้น