ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๙๖ · ข้อ 246
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็พรหมเหล่านั้น แต่งคาถาแต่ยังอยู่ในพรหมโลกเสร็จแล้วองค์หนึ่ง ลงที่ขอบปากจักรวาลด้านตะวันออก องค์หนึ่งลงที่ขอบปากจักรวาลด้านใต้ องค์หนึ่งลงที่ขอบปากจักรวาลด้านตะวันตก องค์หนึ่งลงที่ขอบปากจักรวาลด้าน

เหนือ. ต่อจากนั้นพรหมที่ลงที่ขอบปากจักรวาลด้านตะวันออก ก็เข้ากสิณเขียว

แล้วปล่อยรัศมีเขียว เหมือนกำลังสวมหนังแก้วมณีให้เทวดาในหมื่นจักรวาล ทราบว่าตนมาแล้ว ธรรมดาวิถีของพระพุทธเจ้าไม่มีใครสามารถจะผ่านไปได้ เพราะฉะนั้น จึงมาด้วยวิถีของพระพุทธเจ้าที่กระทบแล้วไหว้พระผู้มีพระภาคเจ้า

ยืนในที่ควรส่วนหนึ่งแล้วก็ได้กล่าวคาถาที่ตนได้แต่งไว้. พรหมที่ลงที่ขอบปาก

จักรวาลด้านใต้ ก็เข้ากสิณเหลืองปล่อยรัศมีแสงทองเหมือนกำลังห่มผ้าทอง ประกาศให้เทวดาในหมื่นจักรวาลทราบว่าตนมาแล้วได้ยืนอยู่ในนั้นนั่นเอง. พรหมที่ลงทางขอบปากจักรวาลด้านตะวันตก เข้ากสิณแดง เปล่งรัศมีแดง เหมือนห่มผ้าขนสัตว์ชั้นดีสีแดง ประกาศให้ทรงทราบว่าตนมาแล้ว แก่เทวดา

ในหมี่นจักรวาลแล้วได้ยืนอย่างนั้นเหมือนกัน. พรหมที่ลงทางขอบปากจักรวาล

ด้านเหนือ เข้ากสิณขาว เปล่งรัศมีขาวเหมือนนุ่งผ้าดอกมะลิ ประกาศให้ ทราบว่าตนมาแล้ว แก่เทวดาในหมื่นจักรวาลได้ยืนอย่างนั้นเหมือนกัน. แต่ใน บาลีท่านกล่าวว่า พรหมทั้งหลายเหล่านั้น ปรากฏข้างหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ครั้งนั้นเทวดาเหล่านั้น อภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้ยืนในที่ควรส่วน หนึ่ง ดังนี้ แล้วได้กล่าวความปรากฏข้างหน้า และการอภิวาทแล้วยืนในที่ควร ส่วนหนึ่ง เหมือนกับในขณะเดียวกันอย่างนั้น. การปรากฏและการยืนได้มี

ตามลำดับนี้ แต่ท่านกระทำเป็นพร้อมกันแสดงไว้แล้ว. ส่วนการกล่าวคาถา ในบาลีท่านแยกกล่าวไว้เป็นแผนก ๆ ทีเดียว.

ในบทเหล่านั้น บทว่า มหาสมัย แปลว่า การประชุมใหญ่ ป่าชัฏ เรียกว่าป่าใหญ่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า การประชุมใหญ่ คือการเข้า