ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๒๔๙ · ข้อ 298
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ความอยากในธัมมารมณ์ เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อบุคคลจะละเสีย ก็ย่อมจะละเสียได้ที่ความอยากในธัมมารมณ์นั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อมดับที่ความอยากในธัมมารมณ์นั้น.

ความตรึกถึงรูป เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อ บุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงรูปนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อมดับได้ ที่ความตรึกถึงรูปนั้น.

ความตรึกถึงเสียง เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อ บุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงเสียงนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อมดับที่ ความตรึกถึงเสียงนั้น.

ความตรึกถึงกลิ่น เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อบุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงกลิ่นนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อม ดับที่ความตรึกถึงกลิ่นนั้น.

ความตรึกถึงรส เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อ บุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงรสนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อมดับที่ ความตรึกถึงรสนั้น.

ความตรึกถึงโผฏฐัพพะ เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อบุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงโผฏฐัพพะนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อม ดับที่ความตรึกถึงโผฏฐัพพะนั้น.

ความตรึกถึงธัมมารมณ์ เป็นที่รักใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อบุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรึกถึงธัมมารมณ์นั้น เมื่อจะดับ ก็ ย่อมดับเสียได้ที่ความตรึกถึงธัมมารมณ์นั้น.

ความตรองถึงรูป เป็นที่รัก ใคร่ เป็นที่พอใจในโลก ตัณหานั้น เมื่อ บุคคลจะละเสีย ก็ย่อมละเสียได้ที่ความตรองถึงรูปนั้น เมื่อจะดับ ก็ย่อมดับ เสียได้ที่ความตรองถึงรูปนั้น.