เกิดขึ้นแล้วนั่นแล เป็นของหนัก. อนึ่งทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้คิดไม่ได้ปรึกษากระทำ อยู่ คุณนี้ก็เกิดขึ้นแล้วเทียว ก็เมื่อเราคิดแล้วปรึกษาแล้วจึงทำ คุณก็จักยิ่งกว้าง ใหญ่เป็นแน่ แล้วก็แสวงหาอุบายในการเห็นพรหม เมื่อได้เห็นพรหมนั้นแล้ว ก็ปริวิตกถึงข้อนี้เป็นต้นว่า ก็แลข้อนั้นเราได้ฟังมาแล้ว ดังนี้. บทว่า เข้า เฝ้าพระเจ้าเรณุถึงที่ประทับ ความว่า มหาโควินท์มาคิดว่า ความต้องการ เพื่อจะเฝ้า หรือความต้องการ เพื่อจะสนทนากันในระหว่างอย่างนั้นจักไม่มีเลย เพราะเราตัดความกังวลได้แล้ว จักอยู่สบาย ดังนี้ จึงเข้าเฝ้าเพื่อตัดความกังวล
ให้ขาด. ทุกแห่งก็นัยนี้. บทว่า พวกเช่นกัน คือหญิงมีวรรณะเสมอกัน
มีชาติเสมอกัน.
บทว่า ให้สร้างสัณฐาคารหลังใหม่ คือ ให้สร้างที่อยู่อย่างวิจิตร เอาต้นอ้อมาล้อมข้างนอกมีที่พักกลางคืนที่พักกลางวันและที่จงกรม พร้อม บริบูรณ์เหมาะสำหรับอยู่ในฤดูฝน ๔ เดือน บทว่า เพ่งกรุณาฌาน คือ
เพ่งฌานทั้งหมวดสามและหมวดสี่แห่งกรุณา. ก็ในบทว่า เพ่งกรุณาฌาน
นี้ ด้วยมุขคือกรุณา ก็เป็นอันว่าพรหมวิหารที่เหลืออีกสามข้อท่านถือเอาแล้ว
เทียว. บทว่า ความกระสัน ความสะดุ้ง ความว่า เมื่ออยู่ในภูมิฌาน
ไม่ว่าความกระสันเพราะความไม่ยินดี หรือความสะดุ้งเพราะความกลัวย่อมไม่มี แต่ความต้องการให้พรหมมา ความอยากให้พรหมมา ได้มีแล้ว. ความกลัว เพราะจิตสะดุ้งนั่นแหละ เรียกว่า ความกลัว.
บทว่า ไม่รู้อยู่ คือไม่ทราบอยู่. บทว่า ทำอย่างไรพวกเราจึง จะรู้จักท่าน ความว่า พวกเราจะรู้จักท่านว่าอะไร. อธิบายว่าพวกเราจะ จำท่านด้วยอาการอะไรในอาการเป็นต้นว่า คนนี้อยู่ที่ไหน ชื่ออะไร โคตร
อะไร. คำว่า คนทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้าว่าเป็นกุมาร ความว่า คน
ทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้านั่นแลว่าเป็นกุมารว่าเป็นชายหนุ่ม. บทว่า ในพรหมโลก