แล้ว ยังแล่นไปสู่ป่าตามเดิม ท่านทั้งหลายจงแลดู
บุคคลนั้นนั่นแล เขาพ้นแล้ว (จากเครื่องผูก) ยัง
แล่นไปสู่เครื่องผูกตามเดิม.
๔. เครื่องจองจำใด เกิดแต่เหล็ก เกิดแต่ไม้
และเกิดแต่หญ้าปล้อง ผู้มีปัญญาทั้งหลาย หากล่าว
เครื่องจองจำนั้นว่าเป็นของมั่นคงไม่ ความกำหนัดใด
ของชนทั้งหลายผู้กำหนัดยินดียิ่งนัก ในแก้วมณีและ
ตุ้มหูทั้งหลาย และความเยื่อใยในบุตรและในภรรยา
ทั้งหลายใด นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวความกำหนัด
และครามเยื่อใยนั้นว่ามั่นคง.
๕. สัตว์ผู้กำหนัดแล้วด้วยราคะ ย่อมตกไปสู่
กระแสตัณหา เหมือนแมลงมุมตกไปยังใยที่ตัวทำ
ไว้เองฉะนั้น ธีรชนทั้งหลายตัดกระแสตัณหาแม้นั้น
แล้ว เป็นผู้หมดห่วงใย ละเว้นทุกข์ทั้งปวง.
๖. ท่านจงเปลื้อง (อาลัย ) ในก่อนเสีย จง
เปลื้อง ( อาลัย) ข้างหลังเสีย จงเปลื้อง (อาลัย)
ในท่ามกลางเสีย จึงเป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพ มีใจหลุดพ้น
ในธรรมทั้งปวง จะไม่เข้าถึงชาติและชราอีก.
๗. ตัณหาย่อมเจริญยิ่งแก่ชนผู้ถูกวิตกย่ำยี มี
ราคะจัด เห็นอารมณ์ว่างาม บุคคลนั่นแลย่อมทำ
เครื่องผูกให้มั่น ส่วนภิกษุใด ยินดีในธรรมเป็นที่เข้า
ไประงับวิตก เจริญอสุภฌานอยู่ มีสติทุกเมื่อ ภิกษุ