ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๔๘๗ · ข้อ 244
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระดาบสเก็บดอกไม้มาโรยทาง ที่พระบรมศาสดาเสด็จผ่านไป แล้วยังจิตให้ เลื่อมใส ยืนประคองอัญชลีอยู่แล้ว.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่ แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ แคว้นมคธ ในพุทธุปบาท กาลนี้ ได้นามว่า ธรรมสวะ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว อันเหตุสมบัติตักเตือนอยู่ เห็นโทษในการอยู่ครองเรือน และอานิสงส์ในบรรพชา เข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคเจ้าผู้ประทับอยู่ในทักขิณาคิรีชนบท ฟังธรรมแล้วได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บรรพชาแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้วต่อกาลไม่นานนัก. สมดัง คาถาพยากรณ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราเป็นพราหมณ์ นามว่า สุวัจฉะ เป็นผู้รู้เจน

จบมนต์ แวดล้อมด้วยศิษย์ของตน อยู่ ณ ระหว่างภูเขา

พระชินเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้สมควรรับ

เครื่องบูชา พระองค์ทรงประสงค์ จะรื้อถอน (ช่วย

เหลือ) เรา จึงเสด็จมายังสำนักเรา เสด็จจงกรมอยู่บน

เวหาส เหมือนประทีปอันโพลงฉะนั้น ทรงทราบว่า

เรายินดีแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับไปทางทิศประจิม

ก็เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพอง-

สยองเกล้านั้นแล้ว ได้เก็บเอาดอกสารภีไปโปรยลงที่

ทางเสด็จผ่าน ในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ เราโปรย

ดอกไม้ใด ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราไม่เข้าถึงทุคติ

เลย ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า

จักรพรรดิราช มีพระนามว่า "มหารถะ" สมบูรณ์

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้