Minor Texts: Vimānavatthu, Petavatthu, Verses of the Senior Monks and Nuns
MBU Thai Edition · Volume 50 · Page 459 · § 236
Sign in to bookmark

อุตติยะ. เขาเจริญวัยแล้ว เห็นพุทธานุภาพ ในสมาคมแห่งพระญาติ ของพระ-

บรมศาสดา ได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บรรพชาแล้ว บำเพ็ญสมณธรรม วันหนึ่ง เข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต ฟังเสียงเพลงขับของมาตุคามในระหว่างทางเมื่อเกิด ฉันทราคะขึ้นในเสียงเพลงขับนั้น ด้วยสามารถแห่งอโยนิโสมนสิการ จึงระงับ ฉันทราคะนั้น ด้วยกำลังแห่งการพิจารณา แล้วเข้าไปสู่วิหาร เกิดความสังเวช นั่งในที่พักกลางวัน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต ในขณะนั้นเอง. สมดัง คาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ก็เราได้ถวายบัลลังก์ พร้อมทั้งผ้าสำหรับปิด

เบื้องบน (เพดาน) แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระ-

นามว่า สุเมธะ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ในกาลนั้น

บัลลังก์นั้นได้เป็นบัลลังก์ประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ

รู้ความดำริของเรา บังเกิดแล้วแก่เราที่เมื่อ ในกัปที่

๑,๐๓๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายบัลลังก์ใดในกาลนั้น

ด้วยธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลของการ

ถวายบัลลังก์ ในกัปที่ ๑,๐๒๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็น

พระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีนามว่า สุวรรณาภา

สมบูรณ์ด้วยแล้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลส

ทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำ

สำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระเถระ ครั้น บรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะแสดงความว่า เมื่อบุคคล ไม่รังเกียจกิเลสทั้งหลาย ย่อมไม่มีทางที่จะยกศีรษะขึ้นจากทุกข์ในวัฏฏะได้ ส่วนเรารังเกียจกิเลสเหล่านั้นแล้วทีเดียว ดังนี้ โดยมุ่งแสดงให้เห็นการบังเกิด ขึ้นแห่งกิเลสของตน ได้กล่าวคาถาว่า

Log in to earn 20 merit points for reading this page