ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๑ · หน้า ๒๐๓ · ข้อ 301
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็โดยกึ่งหนึ่งของบาทแรกในคาถานั้น พระเถระถามถึงการบรรลุ พระอนาคามิมรรค อธิบายว่า อินทรีย์ทั้งหลายแม้ของพระอนาคามี ย่อมชื่อว่า ถึงความสงบ คือหมดพยศ เพราะละกามราคะและพยาบาทได้แล้ว. การได้ เฉพาะซึ่งพระอรหัตมรรคย่อมมี ด้วยบาทคาถานอกนี้ เพราะว่า พระอรหันต์ ท่านเรียกว่า เป็นผู้ละมานะได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ และเป็นผู้คงที่.

ครั้งนั้น ท่านพระพรหมาลิเถระ กล่าวย้ำคาถามีอาทิว่า กสฺสินฺทฺริ- ยานิ ซึ่งพระเถระผู้กำหนดความเพียรกล่าวไว้แล้ว เมื่อจะวิสัชนาความแห่ง คาถานั้น ด้วยสามารถแห่งการน้อมเข้ามาในตน จึงพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยคาถาที่ ๒ มีอาทิว่า มยฺหินฺทฺริยานิ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มยฺหินฺทฺริยานิ ได้แก่ อินทรีย์มีจักษุ

เป็นต้นของเรา. บทที่เหลือมีนัยดังข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วทั้งนั้น.

จบอรรถกถาพรหมาลิเถรคาถา

๔. โมฆราชเถรคาถา

ว่าด้วยคาถาของพระโมฆราชเถระ

[๓๐๑] ได้ยินว่า พระโมฆราชเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้ อย่างนี้ว่า

ดูก่อนโมฆราชภิกษุ ผู้มีผิวพรรณเศร้าหมอง

แต่มีจิตผ่องใส เธอเป็นผู้มีใจตั้งมั่นเป็นนิตย์ จักทำ

อย่างไร ตลอดราตรีแห่งเวลาอันหนาวเย็นเช่นนี้ ?

ข้าพระองค์ได้ฟังมาว่า ประเทศมคธ ล้วนแต่

สมบูรณ์ด้วยข้าวกล้า ข้าพระองค์พึงคลุมกายด้วยฟาง

แล้วนอนให้เป็นสุข เหมือนคนเหล่าอื่นที่มีการเป็นอยู่

เป็นสุข ฉะนั้น.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) พระพรหมาลิเถระ: อินทรีย์สงบดุจม้าฝึกดีแล้ว แม้เทวดาก็รักใคร่ผู้หมดอาสวะ
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า
เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้