ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๘ · หน้า ๖๔๗ · ข้อ 98
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๙๘] บัดนี้ พระสารีบุตรประสงค์จะจำแนกองค์ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ เหล่านั้น จึงแสดงสังเขป ๔ กาล ๓ สนธิ ๓ ด้วยอาการ ๒๐ แล้วจึงชี้แจงธรรมฐิติญาณ กล่าวบทมีอาทิว่า ปุริมกมฺมภวสฺมึ - ใน กรรมภพก่อน ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปุริมกมฺมภวสฺมึ ได้แก่ ในกรรมภพ ก่อน, อธิบายว่า เมื่อทำกรรมภพในอดีตชาติ.

บทว่า โมโห อวิชฺชา - โมหะเป็นอวิชชา ความว่า หลงด้วย โมหะในทุกข์เป็นต้นแล้วทำกรรม, นั้นคือ อวิชชา.

บทว่า อายูหนา สงฺขารา - กรรมที่ประมวลมาเป็นสังขาร ความว่า เจตนาก่อนของผู้ทำกรรมนั้น, เจตนาก่อนเกิดขึ้นแก่ผู้คิดว่า เราจักให้ทานดังนี้ แล้วสละอุปกรณ์การให้เดือนหนึ่งบ้าง ปีหนึ่งบ้าง.

เจตนา ท่านกล่าวว่า ภพ เพราะวางทักษิณาไว้บนมือของ

ปฏิคคาหก. เจตนาในอาวัชชนะ ๑ หรือในชวนะ ๖ ชื่อว่า กรรมที่

ประมวลมาเป็นสังขาร. เจตนาในชวนะที่ ๗ เป็นภพ. อนึ่ง เจตนา

อย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นภพ. ชื่อว่า การประมวลมาเป็นสังขาร เพราะ

สัมปยุตด้วยเจตนานั้น.

บทว่า นีกนฺติ ตณฺหา - ความใคร่เป็นตัณหา ความว่า ความ ใคร่ ความปรารถนาในอุบัติภพอันเป็นผลของผู้ทำกรรม ชื่อว่า ตัณหา.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้