ไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นแล เหล่านักปราชญ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบคอบ คำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเจริญมรรคอันอุดมเพื่อพ้นจาก ชรามรณะ ครั้นเจริญมรรคอันบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งมีปกติยังสัตว์ให้ หยั่งถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน เพราะ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงฉะนี้แล.
อภิญเญยยาทิวาระ
[๑๑๐๘] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน เป็นอภิญเญยยธรรม, ขันธ์ไหน เป็นปริญเญยยธรรม, ขันธ์ไหนเป็นปหาตัพพธรรม, ขันธ์ไหน เป็นภาเวตัพพธรรม, ขันธ์ไหน เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม, ขันธ์ไหน ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม, ขันธ์ไหน ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม, ขันธ์ไหน ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน เป็น อภิญเญยยธรรม, จิตไหน เป็นปริญเญยยธรรม, จิตไหน เป็น ปหาตัพพธรรม, จิตไหน เป็นภาเวตัพพธรรม, จิตไหน เป็น สัจฉิกาตัพพธรรม, จิตไหน ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม, จิตไหน ไม่ ใช่ภาเวตัพพธรรม, จิตไหน ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ?
รูปขันธ์ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหา- ตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม.
ขันธ์ ๔ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพ- ธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหา- ตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี.