คำว่า อนากิณฺณํ ได้แก่ ไม่เกลื่อนกล่นแล้ว คือไม่ถูกเบียดเบียน. ในที่นี้ การอาศัยภูเขา อาศัยป่า อาศัยแม่น้ำโดยรอบประมาณคาวุตหนึ่งก็ดี กึ่งโยชน์ ก็ดีแห่งเสนาสนะใด ทั้งใคร ๆ ไม่สามารถเพื่อเข้าไปในเวลาอันไม่สมควร เสนาสนะนี้ ชื่อว่า ไม่เกลื่อนกล่นแล้วแม้ในที่ใกล้. เสนาสนะใดห่างไกลมี ประมาณกึ่งโยชน์ หรือประมาณหนึ่งโยชน์ เสนาสนะนี้ ชื่อว่า ไม่เกลื่อน
กล่นแล้วในที่ไกล. .
ภิกษุย่อมนอนและย่อมนั่ง ในที่นี้ เพราะเหตุนั้น ที่นี้ จึงชื่อว่า
เสนาสนะของภิกษุ. เพื่อแสดงประเภทแห่งเสนาสนะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสคำว่า มญฺโจ (เตียง) ปีํ (ตั่ง) เป็นอาทิ.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า มฺโจ ได้แก่ เตียง ๔ ชนิด คือ
๑. เตียงมีแม่แคร่สอดเข้าในขา
๒. เตียงมีแม่แคร่เนื่องเป็นอันเดียวกับขา
๓. เตียงมีขาเหมือนก้ามปู
๔. เตียงมีขาจดแม่แคร่ซึ่งถอดออกได้
ตั่งก็เหมืนกัน. คำว่า ภิสี ได้แก่ ที่นอน ๕ ชนิด คือ
๑. ที่นอนทำด้วยขนสัตว์
๒. ที่นอนทำด้วยท่อนผ้า
๓. ที่นอนทำด้วยเปลือกไม้
๔. ที่นอนทำด้วยใบไม้
๕. ที่นอนทำด้วยหญ้า
หมอนหนุนศีรษะ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เสนาสนะ คือ หมอน. หมอนนั้น ว่าโดยส่วนกว้างมีประมาณหนึ่งคืบสี่นิ้ว สมควร. โดยส่วนยาว