วิภังค์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๘ · หน้า ๓๕๔ · ข้อ 740
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในคำเหล่านั้น คำว่า สมคฺเคน สํเฆน (แปลว่า โดยสงฆ์ผู้พร้อม เพรียงกัน) ได้แก่ ภิกษุผู้ควรแก่สังฆกรรม ในการทำกรรม อย่างต่ำต้องมี ภิกษุครบ ๕ รูป ในการทำกรรมทุกครั้ง โดยไม่กำเริบ ต้องนำฉันทะของ ภิกษุที่มีอยู่มา เมื่อภิกษุเหล่านั้นมาแล้ว จึงชื่อว่าเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน เพราะ ความที่ฉันทะอันภิกษุนำมาแล้ว.

คำว่า ตฺติจตุตฺเถน (แปลว่า มีญัตติเป็นที่ ๔) ได้แก่ กรรม อันสงฆ์พึงทำด้วยอนุสาวนา ๓ ครั้ง และด้วยญัตติ ๑ ครั้ง

คำว่า กมฺเมน ได้แก่ ด้วยวินัยกรรม อันถูกต้อง (อันเป็นธรรม).

คำว่า อกุปฺเปน ได้แก่ เข้าถึงแล้วซึ่งความที่กรรมนั้นเป็นกรรม อันไม่หวั่นไหว มั่นคง เพราะถึงพร้อมด้วย วัตถุสมบัติ ญัตติสมบัติ อนุสาวนาสมบัติ สีมาสมบัติ และบริษัทสมบัติ (ถึงพร้อมด้วยหมู่คณะ).

คำว่า านารเหน (แปลว่า ควรแก่ฐานะ) ได้แก่ ควรแก่เหตุ

ควรแก่สัตถุศาสน์. คือว่าผู้เข้าถึงแล้ว บรรลุแล้วซึ่งภาวะในเบื้องบน ชื่อว่า

เป็น อุปสัมบัน (คือ ผู้บวชแล้ว) จริงอยู่ ความเป็นภิกษุ ชื่อว่า ภาวะใน เบื้องบน (อุปริภาวะ) พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเรียกภาวะในเบื้องบนว่า อุปสัมบัน เพราะความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยกรรม (การบวช) ตามที่กล่าวแล้ว.

นัยเหล้านี้ (หมายถึงการอุปสมบท) พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการ อุปสมบท ๘ อย่างคือ

๑. เอหิภิกขุอุปสัมปทา

๒. สรณคมนอุปสัมปทา

๓. โอวาทปฏิคคหณอุปสัมปทา

๔. ปัญหาพยากรณอุปสัมปทา

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้