วิภังค์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๘ · หน้า ๙๒๙ · ข้อ 1072
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มีกายทุจจริตเป็นต้นด้วย หามีไม่ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัส ว่า น้ำฝาด คือ ราคะ เป็นต้น.

ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) อันสัมปยุตด้วยความยินดี ชื่อว่า อัสสาททิฏฐิ. คำว่า กามทั้งหลายไม่มีโทษ ได้แก่สมณพราหมณ์ภายนอก ย่อมกล่าวว่า โทษในการซ่องเสพวัตถุกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีด้วยกิเลสกาม ดังนี้. คำว่า ปาตพฺยตํ ได้แก่ การดื่ม การบริโภค คือการกลืนกิน. จริงอยู่ สมณ- พราหมณ์นั้น มีปกติกล่าวอย่างนี้ จึงบริโภคกิเลสกามในวัตถุกามทั้งหลาย ราวกะบุคคลดื่มอยู่ กลืนกินอยู่ (ซึ่งอาหาร). ความเห็นผิดว่ามีอัตตา (ความ เห็นผิดเป็นไปตามอัตตา) ชื่อว่า อัตตานุทิฏฐิ (เช่น เห็นรูปเป็นตน หรือเห็น ตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป เป็นต้น).

ทิฏฐิอันลามก ชื่อว่า มิจฉาทิฏฐิ (เช่นเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้ว ไม่มีผล การบูชาไม่มีผล เป็นต้น).

บัดนี้ เพื่อแสดงเนื้อความในอัสสาทนิทเทสนั้น ตามลำดับ พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เพราะสัสสตทิฏฐิเป็นที่ ๑ คือเป็นอัสสาททิฏฐิ สักกาย ทิฏฐิเป็นทิฏฐิที่ ๒ คือเป็น อัตตานุทิฏฐิ และอุจเฉททิฏฐิเป็นทิฏฐิที่ ๓ คือ มิจฉาทิฏฐิ ฉะนั้น จึงตรัสคำว่า สัสสตทิฏฐิ อัสสาททิฏฐิ เป็นต้น.

นิทเทสแห่งอรติ คือความไม่ยินดี และนิทเทสแห่งวิเหสา คือ ความเบียดเบียน มีอรรถาธิบายตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ.

ความประพฤติไม่เป็นธรรม ชื่อว่า อธัมมจริยา. อธิบายว่า การ

กระทําความผิด. ความประพฤติไม่สม่ำเสมอ ชื่อว่า วิสมจริยา. อีกอย่างหนึ่ง

ชื่อว่า วิสมจริยา เพราะความประพฤติกระทำกรรมอันไม่สม่ำเสมอ.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้