โลกนี้ ฯลฯ โผฏฐัพพทิพย์. ด้วยพระพุทธพจน์นั้น พึงทราบความที่ความ เลื่อมใสนั้น เป็นของล้ำเลิศ และความที่ความเลื่อมใสนั้น มีผลเลิศ. อนึ่ง พึงทราบความที่ความเลื่อมใสมีผลเลิศ ด้วยสามารถแห่งการให้สำเร็จผลอัน โอฬาร มีอาทิอย่างนี้ว่า การตัดขาดวัฏทุกข์ เริ่มต้นแต่การเกิดในภพที่ ๗ เป็นต้น เพราะได้เฉพาะซึ่งการเห็นอันยอดเยี่ยม เป็นเหตุแห่งการบรรลุความ สุขที่ยอดเยี่ยม.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลาย ดังต่อไปนี้. บทว่า อคฺคโต ความว่า ผู้เลื่อมใสแล้ว ในพระรัตนตรัยอันล้ำเลิศ โดยความเป็นของเลิศ
นั่นเอง. บทว่า อคฺคํ ธมฺมํ ความว่า รู้อยู่ คือทราบอยู่. ซึ่ง
สภาวะที่ล้ำเลิศ คือ ความที่พระพุทธเจ้า เป็นผู้ตรัสรู้ดีแล้ว ความที่ พระธรรมเป็นธรรมดี และความที่พระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ได้แก่ภาพที่ สูงสุดของพระรัตนตรัย ที่ไม่ทั่วไปแก่สิ่งอื่น หรือสภาพของคุณความดี มี ทศพลญาณเป็นต้น (ของพระพุทธเจ้า) ความเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว (ของพระธรรม) และความเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วเป็นต้น (แห่ง พระสงฆ์).
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงพระรัตนตรัยอันเป็นที่ตั้งแห่ง ความเลื่อมใสอันเลิศ โดยทั่วไปอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงพระ- รัตนตรัยนั้น โดยไม่ทั่วไป ด้วยการทรงจำแนกออกไป จึงได้ตรัสคำมีอาทิ ไว้ว่า อคฺเค พุทฺเธ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปสฺนฺนานํ ความว่า เลื่อมใสแล้ว คือ น้อมใจเชื่อแล้ว ด้วยความเลื่อมใสที่ตั้งมั่นแล้ว และด้วยความเลื่อมใสนอก