ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๓๒๙ · ข้อ 202
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั้น เราประนมอัญชลีสอบถามคณะอุบาสก. อุบาสก

ผู้มีศีลเหล่านั้น อันเราถามแล้ว ตอบให้ทราบว่า เรา

ต้องการจะสร้างศาลา ยังหาเสาไม่ได้อีกต้นหนึ่ง ขอ

ท่านจงให้เสากะเราต้นหนึ่งเถิด เราตอบว่า ฉันจัก

ถวายแด่พระศาสดาเอง ฉันจักนำเสามาให้ ท่านทั้ง

หลายไม่ต้องขวนขวายหา อุบาสกเหล่านั้น เลื่อมใสมี

ใจยินดี มอบเสาให้เรา แล้วกลับจากป่ามาสู่เรือนของ

ตน ๆ เมื่อคณะอุบาสกไปแล้วไม่นาน เราได้ถวายเสา

ในกาลนั้น เรายินดี มีจิตร่าเริง ยกเสาขึ้นก่อนเขา

ด้วยจิตอันเสื่อมใสนั้น เราได้เกิดในวิมาน ภพของ

เราตั้งอยู่โดดเดี่ยว ๗ ชั้น สูงตระหง่าน เมื่อกลอง

ดังกระหึ่มอยู่ เราบำเรออยู่ทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๕ เรา

ได้เป็นพระราชา พระนามว่า ยโสธร แม้ในกาล

นั้น ภพของเรา ก็สูงสุด ๗ ชั้น ประกอบด้วยเรือน

ยอดอันประเสริฐ มีเสาต้นหนึ่ง น่ารื่นรมย์ใจ ในกัป

ที่ ๒๑ เราเป็นกษัตริย์ พระนามว่า อุเทน แม้ใน

กาลนั้น ภพของเราก็มี ๗ ชั้น ประดับอย่างสวยงาม

เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือความเป็นเทวดา หรือความ

เป็นมนุษย์ เราย่อมเสวยผลนั้น ๆ ทั้งหมด นี้เป็นผล

แห่งการถวายเสาต้นเดียว. ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้

เราได้ถวายเสาใดในกาลนั้น ด้วยบุญกรรมนั้น เราไม่

รู้จักทุคติเสีย นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นเดียว. เรา

ตัดกิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า

เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้