Minor Texts: Vimānavatthu, Petavatthu, Verses of the Senior Monks and Nuns
MBU ထိုင်းဗားရှင်း · တွဲ 50 · စာမျက်နှာ 444 · အပိုဒ် 232
စာမှတ်ထားရန် အကောင့်ဝင်ပါ

เป็นพระอรหันต์ผู้สุกขวิปัสสกแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ใน

อปทานว่า

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ

ผู้เป็นโลกนาถ สมควรรับเครื่องบูชา นิพพานแล้ว

ได้มีการฉลองพระสถูปอย่างมโหฬาร เมื่อการฉลอง

พระสถูป แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า

สิทธัตถะ กำลังดำเนินไปอยู่ เรานำเอาดอกผักตบไป

บูชาที่พระสถูป ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราบูชา

พระสถูปด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จัก

ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูปด้วยดอกไม้

และในกัปที่ ๙ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

๘๕ พระองค์ ทรงพระนามเหมือนกันว่า โสมเทวะ

มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของ

พระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ครั้งนั้น เมื่อพระเถระเข้าอยู่ในวิหารด้วยโรคตา พวกอุบาสกอุบาสิกา เห็นภิกษุทั้งหลายเข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาตจึงถามว่า เพราะเหตุไร พระเถระ จึงไม่มา ทราบความนั้นแล้ว เป็นผู้อันความเศร้าโศกครอบงำ นำบิณฑบาต ไปถวาย พูด (ปลอบใจ) ว่าท่านขอรับ ขอท่านอย่าได้คิดอะไรเลย บัดนี้ พวกกระผมนำบิณฑบาตมาถวายแล้ว จักปรนนิบัติท่านเอง ดังนี้แล้ว ก็กระทำ ตามนั้น ภิกษุทั้งหลาย ( ๖๐ รูป) ตั้งอยู่ในโอวาทของพระเถระแล้ว บรรลุ พระอรหัต ต่อกาลไม่นานนัก ครั้นออกพรรษาปวารณาแล้ว กล่าวกะพระเถระ ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกกระผมจะไปพระนครสาวัตถี เพื่อถวายบังคม

พระศาสดา. พระเถระกล่าวว่า เราเป็นคนทุพพลภาพ ไม่มีจักษุทั้งหนทางก็มี

ဤစာမျက်နှာဖတ်ရှုခြင်းအတွက် ကုသိုလ်ရမှတ် 20 ရရန် အကောင့်ဝင်ပါ