สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๕ · หน้า ๒๒๒ · ข้อ 166
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๕. อุปปลวัณณาสูตร

ว่าด้วยอุบลวรรณาภิกษุณี

{๕๓๔}[๑๖๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้นเวลาเช้า อุบลวรรณาภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร ฯลฯ ได้ยืนอยู่ที่โคนต้นสาละซึ่งมีดอกบานสะพรั่งต้นหนึ่ง {๕๓๕} ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์ จะให้อุบลวรรณาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหาอุบลวรรณาภิกษุณีถึงที่ยืนอยู่ ได้กล่าวกับอุบลวรรณาภิกษุณีด้วยคาถาว่า

ภิกษุณี ท่านเข้าไปใกล้ต้นสาละ

ซึ่งมีดอกบานสะพรั่งถึงยอดแล้ว

ยืนอยู่แต่ผู้เดียวที่โคนต้นสาละนั้น

อนึ่ง ผิวพรรณของท่านไม่เป็นสองรองใคร

ท่านไม่กลัวความสามหาวของพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ๑

{๕๓๖} ลำดับนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ อีกว่า “นี่คือมารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ฯลฯ จึงกล่าวคาถา”

ครั้งนั้นแล อุบลวรรณาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมาร ผู้มีบาปด้วยคาถาว่า

แม้นักเลงตั้งแสนมาในที่นี้ เราก็ไม่สะดุ้ง

แม้เพียงขนของเราก็ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นสะเทือน

มาร เราแม้ผู้เดียวก็ไม่กลัวท่าน

เรานี้จะหายตัวไปหรือเข้าท้องท่าน

แม้จะยืนอยู่ ณ ระหว่างดวงตา ท่านก็ไม่เห็นเรา

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้