สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๕ · หน้า ๒๗๘ · ข้อ 195
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พราหมณ์ เราเลิกการเผาไม้ที่บุคคลพึงปรารถนา

ความบริสุทธิ์ด้วยการเผาไม้ซึ่งเป็นของภายนอก

ยังไฟ๑ให้โพลงภายในตนทีเดียว

เราเป็นพระอรหันต์ มีไฟอันโพลงแล้วเป็นนิตย์

มีจิตตั้งไว้ชอบแล้วเป็นนิตย์ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่

พราหมณ์ มานะเป็นดุจภาระคือหาบของท่าน

ความโกรธเป็นดุจควัน มุสาวาทเป็นดุจเถ้า

ลิ้นเป็นดุจภาชนะเครื่องบูชา หทัยเป็นดุจที่ตั้งกองไฟ

ตนที่ฝึกดีแล้ว เป็นความรุ่งเรืองของบุรุษ

พราหมณ์ บุคคลผู้ถึงเวททั้งหลายนั่นแล

อาบในห้วงน้ำคือธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย

มีท่าคือศีล ไม่ขุ่นมัว อันสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว

มีตัวไม่เปียก ย่อมข้ามถึงฝั่ง๒

พราหมณ์ สัจจะ ธรรม ความสำรวม๓ พรหมจรรย์

การถึงธรรมอันประเสริฐ อาศัยในท่ามกลาง

ท่านจงทำความนอบน้อมในพระขีณาสพผู้ซื่อตรงทั้งหลาย

เรากล่าวคนนั้นว่า ผู้มีธรรมเป็นสาระ

{๖๖๖} เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ”

อนึ่ง ท่านพระสุนทริกภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ ทั้งหลาย

สุนทริกสูตรที่ ๙ จบ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้