สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๕ · หน้า ๒๑๙ · ข้อ 164
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพอง สยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา”

ครั้งนั้นแล โสมาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมารผู้มีบาป ด้วยคาถาว่า

เมื่อจิตตั้งมั่นดี เมื่อญาณเป็นไปอยู่

เมื่อเห็นแจ้งธรรมโดยชอบ

ความเป็นหญิงจะทำอะไรเราได้

ผู้ใดมีความคิดเห็นแน่นอนอย่างนี้ว่า

เราเป็นสตรีหรือว่าเราเป็นบุรุษ

ผู้ที่ยังมีความเกาะเกี่ยวว่าเรา มีอยู่

มารควรจะกล่าวกับผู้นั้นเถิด๑

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “โสมาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง

โสมาสูตรที่ ๒ จบ

๓. กีสาโคตมีสูตร

ว่าด้วยกีสาโคตมีภิกษุณี

{๕๒๘}[๑๖๔] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้นเวลาเช้า กีสาโคตมีภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไป บิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ถึงป่าอันธวันแล้วจึงนั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้ แห่งหนึ่ง {๕๒๙} ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้กีสาโคตมีภิกษุณีเกิดความกลัว ความ หวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไป หากีสาโคตมีภิกษุณีถึงที่นั่งพักแล้ว ได้กล่าวกับกีสาโคตมีภิกษุณีด้วยคาถาว่า

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้