วิภังค์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๗ · หน้า ๑๕๘ · ข้อ 96
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

วรรณนาปัญหาปุจฉกะ

บัดนี้ เป็นปัญหาปุจฉกะ (หมวด ๓ ปัญหา) ในปัญหาปุจฉกะนั้น บัณฑิตพึงทราบในการถามปัญหาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามปัญหาธรรม ใดที่ได้และไม่ได้โดยนัยมีอาทิว่า ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา (บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศล ขันธ์ไหน เป็นอกุศล ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤต) ดังนี้นั้น ในการวิสัชนา พระองค์ทรง ยกธรรมที่ได้เท่านั้นขึ้นแสดงโดยนัยมีอาทิว่า รูปกฺขนฺโธ อพฺยากโต (รูปขันธ์ เป็นอัพยากฤต) ดังนี้. ก็ในที่ใด ๆ พระองค์ไม่ทรงกำหนดว่า เป็นขันธ์หนึ่ง หรือขันธ์สอง ก็จะทรงตั้งตันติ (แบบแผน) ไว้โดยนัยมีอาทิว่า สิยา อุปฺปนฺนา

สิยา อนุปปนฺนา (ขันธ์ ๕ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปันนะก็มี) ดังนี้ ในที่นั้น ๆ พึงทราบการถือเอาขันธ์แม้ทั้ง ๕. การจำแนกกุศลเป็นต้นของขันธ์ เหล่านั้น ๆ ที่เหลือ ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอรรถกถาธรรมสังคหะ* ในหนหลัง แล้วแล.

ก็ในอารัมมณิกะทั้งหลาย ขันธ์ ๔ ย่อมเป็นปริตตารัมมณะ แก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้พิจารณา ผู้เล็งเห็น ปรารภกามาวจรธรรม ๕๕ ดวง เป็นมหัคคตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภรูปาวจรและอรุปาวจรธรรม ๒๗ ดวง และเป็นอัปปมาณารัมมณะ แก่บุคคลผู้พิจารณามรรค ผล และ พระนิพพาน แต่เป็นนวัตตัพพารมณ์ (อารมณ์บัญญัติ ) ในเวลาพิจารณา บัญญัติ ฉะนี้แล. * อัฏฐสาลินี อรรถกถาธรรมสังคณี