โดยความแปลกกัน โดยไม่หย่อนไม่ยิ่ง โดย
อุปมา โดยพึงเห็นด้วยอุปมา ๒ อย่าง และ
โดยสำเร็จประโยชน์แก่ผู้เห็นอยู่.
ว่าด้วยวินิจฉัยโดยลำดับ
ในนัยแห่งการวินิจฉัยทั้ง ๖ เหล่านั้น ลำดับในข้อว่า โดยลำดับ นี้ มีมากอย่าง คือ
อุปฺปตฺติกฺกโม ลำดับเห่งการเกิด
ปหานกฺกโม ลำดับแห่งการละ
ปฏิปตฺติกฺกโม ลำดับแห่งการปฏิบัติ
ภูมิกฺกโม ลำดับแห่งภูมิ
เทสนากฺกโม ลำดับแห่งเทศนา.
ในลำดับทั้ง ๕ นั้น ลำดับแห่งการเกิดขึ้นมีอาทิอย่างนี้ว่า ปมํ กลลํ โหติ กลลา โหติ อมฺพุทํ (รูปครั้งแรกเป็นกลละ จากกลละเป็นอัมพุทะ)
ดังนี้. ลำดับแห่งการละมีอาทิอย่างนี้ว่า ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา
ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา สภาวธรรมทั้งหลายที่พึงละโดยโสดาปัตติมรรค มีอยู่ สภาวธรรมทั้งหลายที่พึงละโดยภาวนา คืออริยมรรคเบื้อง ๓ มีอยู่. ลำดับแห่งการปฏิบัติมีอาทิอย่างนี้ว่า ศีลวิสุทธิ จิตตวิสุทธิ. ลำดับแห่งภูมิ มีอาทิอย่างนี้ว่า ธรรมเป็นกามาพจร เป็นรูปาพจร. ลำดับแห่งเทศนามี อาทิอย่างนี้ว่า สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ ดังนี้ หรือว่าทานกถา ศีลกถา. บรรดาลำดับทั้ง ๕ นั้น ในที่นี้ ลำดับแห่งการเกิดขึ้นย่อมไม่ควรก่อน เพราะ ขันธ์เป็นภาวะไม่เกิดขึ้นโดยการกำหนดความสืบต่อกันมาเหมือนรูปกลละเป็น- ต้น ลำดับแห่งการละก็ไม่ควร เพราะความที่ขันธ์ที่เป็นกุศลและอัพยากฤตอัน