วิภังค์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๗ · หน้า ๕๓๘ · ข้อ 273
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ว่าด้วยสุขเวทนาที่เป็นวิบากเป็นปัจจัย

แต่เพราะในนิเทศว่า เวทนาปจฺจยา

ตณฺหา ทรงประสงค์เอาสุขเวทนาที่เป็น

วิบากอย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้น เวทนานี้จึง

เป็นปัจจัยต่างเดียวเท่านั้นแก่ตัณหา.

คำว่า เป็นปัจจัยอย่างเดียว คือเป็นปัจจัยด้วยอุปนิสสยปัจจัย.

ว่าด้วยเวทนา ๓ เป็นปัจจัย

อีกอย่างหนึ่ง เพราะว่า

คนมีทุกข์ ย่อมปรารถนาสุข คนมี

สุข ก็ย่อมปรารถนาสุขแม้ยิ่งขึ้นไป ส่วน

อุเบกขาตรัสว่า สุขนั่นแหละ เพราะเป็น

ธรรมสงบ.

ฉะนั้น เวทนาแม้ทั้ง ๓ จึงเป็นปัจจัย

แก่ตัณหา พระมหาฤาษี จึงตรัสว่า ตัณหา

เกิดเพราะเวทนาเป็นปัจจัย.

อนึ่ง เพราะเว้นอนุสัยเสีย แล้ว

ตัณหาย่อมไม่เกิด เพราะเวทนาเป็นปัจจัย

ฉะนั้น ตัณหานั้นจึงไม่มีแก่พราหมณ์ผู้จบ

พรหมจรรย์แล.

นิเทศตัณหาเกิดเพราะเวทนาเป็นปัจจัย จบ