ลกฺขโณ มีการยกสัมปยุตธรรมขึ้นโดยชอบเป็นลักษณะ สัมมาวาจา สมฺมา ปริคฺคหลกฺขณา มีการกำหนดถือโดยชอบเป็นลักษณะ สัมมากัมมันตะ สมฺมา สมุฏาปนลกฺขโณ มีการงานดีโดบชอบเป็นลักษณะ สัมมา- อาชีวะ สมฺมา โวทานลกฺขโณ มีอาชีวะที่ผ่องแผ้วโดยชอบเป็นลักษณะ สัมมาวายามะ สมฺมา ปคฺคหลกฺขโณ มีความเพียรประคองไว้โดยชอบ เป็นลักษณะ สัมมาสติ สมฺมา อุปฏานลกฺขณา* มีการปรากฏโดยชอบ เป็นลักษณะ สัมมาสมาธิ สมฺมา สมาธานลกฺขโณ มีการตั้งใจมั่น โดยชอบเป็นลักษณะ.
บรรดาองค์มรรค ๘ เหล่านั้น แต่ละองค์มีกิจ คือหน้าที่องค์ล่ะ ๓. อย่างไร คือ สัมมาทิฏฐิก่อน ย่อมละมิจฉาทิฏฐิกับกิเลสที่เป็นข้าศึกของตน แม้อื่น ๆ ได้ ๑ ย่อมทำนิโรธให้เป็นอารมณ์ ๑ ย่อมเห็นสัมปยุตตธรรม ทั้งหลายเพราะไม่ฟั่นเฝือด้วยอำนาจกำจัดโมหะอันปกปิดสัมปยุตตธรรมนั้น ๆ ได้ ๑ แม้สัมมาสังกัปปะเป็นต้นก็เช่นนั้นเหมือนกัน ย่อมละมิจฉาสังกัปปะ เป็นต้น ย่อมกระทำนิโรธให้เป็นอารมณ์ แต่ในสัมมาสังกัปปะเป็นต้นนี้ ว่าโดยความแปลกกัน สัมมาสังกัปปะย่อมยกขึ้นซึ่งสหชาตธรรม สัมมาวาจา ย่อมกำหนดถือไว้โดยชอบ สัมมากัมมันตะย่อมยังการงานให้ตั้งขึ้นดีโดยชอบ สัมมาอาชีวะย่อมให้อาชีวะผ่องแผ้วโดยชอบ สัมมาวายามะย่อมประคองไว้โดย ชอบ สัมมาสติ ย่อมปรากฏโดยชอบ สัมมาสมาธิ ย่อมตั้งมั่นโดยชอบ.
อีกอย่างหนึ่ง ธรรมดาสัมมาทิฏฐินี้ ในส่วนเบื้องต้น (โลกีย์มรรค) มีขณะต่างกัน มีอารมณ์ต่างกัน ในกาลแห่งมรรคมีขณะเดียวกัน มีอารมณ์ * คำว่า อุปฏานลกฺขณา นี้ เฉพาะคำว่า อุปฏาน มีคำแปลหลายอย่างคือแปลว่า มีการ ปรากฏบ้าง มีการบำรุงบ้าง มีการปฏิบัติบ้าง มีการตั้งมั่นบ้าง.