ปากฏชรา
ปฏิจฉันชรา.
บรรดาชราทั้ง ๒ นั้น ชราในรูปธรรม ชื่อว่า ปากฏชรา เพราะ แสดงภาวะมีการหักเป็นต้นในอวัยวะมีฟันเป็นต้น ส่วนชราในอรูปธรรม ชื่อว่า ปฏิจฉันนชรา เพราะไม่แสดงพิการเช่นนั้น.
ในชราทั้ง ๒ นั้น ภาวะมีความเป็นผู้มีฟันหักเป็นต้นใดนี้ ย่อมปรากฏ ภาวะความเป็นผู้มีฟันหักนั้น เป็นวรรณะ (สี) เท่านั้น เพราะความที่อวัยวะมี ฟันเป็นต้นเช่นนั้น เป็นสิ่งที่รู้ได้โดยง่าย บุคคลเห็นวรรณะ (สี) นั้นด้วยจักษู แล้วก้คิดโดยมโนทวาร ย่อมทราบชราว่า ขันธ์เหล่านี้ถูกชราประหารแล้ว ดุจ การแลดูวัตถุทั้งหลายมีเขาโคเป็นต้น ที่ผูกไว้ในที่เป็นที่ตั้งแห่งน้ำก็จะทราบได้ ว่า น้ำมีภายใต้ ฉะนั้น.
ชรานี้ มีอีก ๒ อย่าง คือ
อวีจิชรา (ชราไม่มีร่องรอย)
สวีจิชรา (ชรามีร่องรอย).
บรรดาชราทั้ง ๒ นั้น ชรา (ความคร่ำคร่า) ของแก้วมณี ทอง เงน แก้วประพาฬ ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เป็นต้น ชื่อว่า อวิจิชรา เพราะ ความพิเศษแห่งสีเป็นต้นในระหว่าง ๆ เป็นของที่รู้ได้โดยยาก เหมือนความ แปลกแห่งสีเป็นต้นของสัตว์มีชีวิตในพวกมันททสกะเป็นต้น และสิ่งไม่มีชีวิต
ในพวกที่เป็นดอกไม้ผลไม้และใบอ่อนเป็นต้น. มีอธิบายว่าเป็นนิรันตรชราคือ
ชราไม่มีระหว่าง แต่ชรา (ความคร่ำคร่า) ในสิ่งอื่น ๆ จากวัตถุมีแก้วมณี เป็นต้นนั้น ชื่อว่า สวีจิชรา เพราะความแปลกแห่งสีเป็นต้นในระหว่าง ๆ เป็นสิ่งที่รู้ได้ง่าย.