คือวิญญาณโดยความเป็นวิญญาณ.๑ อนึ่ง กายวิญญาณที่เป็นวิบากสหรคตด้วย ทุกข์เกิดขึ้นแล้ว เพราะทำคือสั่งสมอกุศลกรรมไว้แล้ว เพราะฉะนั้น วิญญาณ อุปาทานขันธ์ จึงเปรียบเหมือนคนป่วย เพราะความไม่หลุดพ้นด้วยความป่วย- ไข้คือตัวเวทนา.
อีกอย่างหนึ่ง อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ มีอุปมาเหมือนบุคคลผู้ท่อง- เที่ยวไป เหมือนการณะคือเหตุ เหมือนความผิด เหมือนผู้ก่อเหตุ เหมือนผู้มี ความผิด และเปรียบเหมือนภาชนะ เหมือนโภชนะ เหมือนกับข้าว เหมือน ผู้เลี้ยงอาหาร เหมือนผู้บริโภค พึงทราบนัยแห่งการวินิจฉัยขันธ์ ๕ โดยความ อุปมาอย่างนี้ ดังพรรณนามาฉะนี้.
ว่าโดยพึงเห็นด้วยอุปมา ๒ อย่าง
ข้อว่า โดยพึงเห็นด้วยอุปมา ๒ อย่าง นี้ บัณฑิตพึงทราบ นัยแห่งการวินิจฉัยในขันธ์ ๕ นี้ แม้โดยพึงเห็นด้วยอุปมา ๒ อย่างนี้ คือ โดยย่อ และโดยพิสดาร.
ก็เมื่อว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ บัณฑิตพึงเห็นโดยความเป็นเหมือน ข้าศึกผู้เงื้อดาบตามนัยที่ตรัสไว้ในอาสีวิสูปมสูตร โดยเป็นภาระ (ของหนัก) ด้วยอำนาจภารสูตร โดยความเป็นผู้เคี้ยวกินด้วยอำนาจขัชชนียปริยายสูตร และ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นสังขตะ เป็นผู้ฆ่าด้วย
อำนาจยมกสูตร. ส่วนโดยพิสดารในอุปทานขันธ์ ๕ นี้ พึงเห็นรูปเหมือน
ก้อนฟองน้ำ พึงเห็นเวทนาเหมือนต่อมน้ำ พึงเห็นสัญญาเหมือนพยับแดด
๑. สํ. ขนฺธวาร เล่ม ๑๗ ๑๕๙/๑๐๖
๒. หน้าจะเทียบดังนี้ว่า รูปเหมือนบุคคลผู้ท่องเที่ยวไป เวทนาเหมือนการทำของบุคคลนั้น
สัญญาเหมือนความผิด (เช่นสัญญาวิปลาส) สังขารเหมือนผู้ก่อเหตุ วิญญาณเห็นผู้มีความ ผิดได้รับโทษ อย่างไรก็ดีท่านไม่อธิบายไว้ ผู้แปล.