ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๕ · หน้า ๕๒๕ · ข้อ 264
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวงอยู่ ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อม เกิดขึ้น.

ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอารมณ์ว่าไม่งาม

ในกาย มีสติเฉพาะในลมหายใจ มีความ

เพียรทุกเมื่อ พิจารณาเห็นซึ่งนิพพานอัน

เป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง ภิกษุนั้นแล ผู้

เห็นโดยชอบพยายามอยู่ ในนิพพานเป็นที่

ระงับ แห่งสังขารทั้งปวง ภิกษุนั้นแล ผู้อยู่

จบอภิญญาสงบระงับล่วงโยคะเสียได้แล้ว

ชื่อว่าเป็นมุนี.

จบอสุภสูตรที่ ๖

อรรถกถาอสุภสูตร

ในอสุภสูตรที่ ๖ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อสุภานุปสฺสี ความว่า เธอทั้งหลายเมื่อพิจารณาเห็นว่า ไม่งาม ชื่อว่าเป็นผู้พิจารณาเห็นความไม่งาม คืออาการที่ไม่งามในกาย ด้วย สามารถแห่งอาการ ๓๒ และด้วยสามารถแห่งการน้อมนำเข้าไปหานิมิตที่ตน ถือเอาแล้ว ในศพที่ขึ้นพองแล้วเป็นต้นอยู่. บทว่า อานาปานสฺสติ ได้แก่ สติในลมหายใจ คือสติที่ปรารภลมหายใจนั้นเป็นไป. อธิบายว่า สติที่กำหนด

ลมหายใจเข้าลมหายใจออก. สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ มีอาทิว่า ลมหายใจเข้า

ชื่อว่า อานะ ไม่ใช่ลมหายใจออก ลมหายใจออกชื่อว่า ปานะ ไม่ใช่ลมหายใจเข้า.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้