ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๒ · หน้า ๒๐๐ · ข้อ 111
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จะโฉบคาบเอาไปตามความปรารถนาเป็นแน่ สุนัข

จิ้งจอกมาเห็นถันทั้งสองของลูกเช่นกับผลตาลอันห้อย

อยู่ ซึ่งลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แคว้นกาสี ก็จะยืน

คร่อมที่ถันทั้งสองของลูกเป็นแน่ เหมือนลูกอ่อนที่

เกิดแต่ตนของมารดา ตะโพนอันกลมผึ่งผายของลูก

ผูกรัดด้วยสร้อยสะอิ้งทอง ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัด

เป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้งไปในป่า ฝูงสุนัขจิ้งจอกก็จะ

พากันมาฉุดคร่าไปกิน ฝูงสุนัขป่า ฝูงกา ฝูงสุนัข-

จิ้งจอกและสัตว์ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่นซึ่งมีอยู่ ได้กินนาง

ประภาวดีแล้ว คงไม่รู้จักแก่กันเป็นแน่ ข้าแต่พระ-

มารดา ถ้ากษัตริย์ทั้งหลายผู้มาแต่ที่ไกลได้นำเอาเนื้อ

ของลูกไปหมดแล้ว พระมารดาได้ทรงโปรดขอเอา

กระดูกมาเผาเสียในระหว่างทางใหญ่ พระมารดา

ได้สร้างสวนดอกไม้แล้ว จงปลูกต้นกรรณิการ์ในสวน

เหล่านั้น ข้าแต่พระมารดา ในกาลใด ดอกกรรณิการ์

เหล่านั้นบานแล้วในเวลาหิมะตกในฤดูเหมันต์ ใน

กาลนั้น ขอพระมารดาพึงรำลึกถึงลูกว่า ประภาวดีมี

ผิวพรรณอย่างนี้.

[๑๑๑] พระมารดาของพระนางประภาวดีเป็น

ขัตติยานี มีพระฉวีวรรณดังเทพอัปสรได้ประทับยืน

อยู่แล้ว ทอดพระเนตรเห็นดาบและธนูวางอยู่ตรง

พระพักตร์พระเจ้ามัททราช ภายในบุรี.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้