สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๕ · หน้า ๒๑๘ · ข้อ 163
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว

กองกามทั้งหลายนั้นประหนึ่งผีร้าย

ท่านกล่าวความยินดีในกามใด

ความไม่ยินดีนั้นได้มีแล้วแก่เรา

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “อาฬวิกาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหายตัว ไป ณ ที่นั้นเอง

อาฬวิกาสูตรที่ ๑ จบ

๒. โสมาสูตร

ว่าด้วยโสมาภิกษุณี

{๕๒๕}[๑๖๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้นเวลาเช้า โสมาภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไป บิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ถึงป่าอันธวันแล้วจึงนั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้ แห่งหนึ่ง

{๕๒๖} ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้โสมาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาด สะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหา โสมาภิกษุณีถึงที่นั่งพักแล้ว ได้กล่าวกับโสมาภิกษุณีด้วยคาถาว่า

ฐานะใดอันประเสริฐอย่างยิ่ง

คือพระอรหัตซึ่งฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ

อันบุคคลเหล่าอื่นให้สำเร็จได้ยาก

ท่านเป็นหญิงมีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว๑

ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้๒

{๕๒๗} ลำดับนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็น มนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้อีกว่า “นี่คือ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้