กถาวัตถุ
ฉบับหลวง · เล่ม ๓๗ · หน้า ๑๑๖ · ข้อ 236 237
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๓๖] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ราคะอันพระอรหัตน์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอด

ด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา

แล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ

ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป

เป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

[๒๓๗] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โทสะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ฯลฯ โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... วิจิกิจฉา ...

ถีนะ ... อุทธัจจะ ... อิหิริกะ ... อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว

ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ภายหลัง

ทำให้มีอันไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?